ร้อยเอ็ด
เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคอีสานมานานกว่า
200 ปี อดีตเคยเป็นเมืองใหญ่ที่รุ่งเรืองมาก ชื่อว่า
สาเกตนคร มีประตูเข้าเมือง 11 ประตู เมืองขึ้น 11 เมือง
แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาในด้านต่างๆ มากมาย เมืองร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งบึงพลาญชัย
และมีส่วนหนึ่งของทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีเนื้อที่กว้างใหญ่ถึงสองล้านไร่เศษ
ขณะนี้กำลังได้รับการพัฒนาเพื่อให้เป็นแผ่นดินแห่งความอุดมสมบูรณ์
จนแทบจะหาร่องรอยแห่งอดีตไม่พบ
ประวัติศาสตร์ของเมืองร้อยเอ็ดเริ่มปรากฏขึ้นในราวสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
โดยมีเจ้าลาวจากนครจัมปาศักดิ์ได้เดินทางมาตั้งบ้านเรือนในบริเวณที่เป็นอำเภอสุวรรณภูมิในปัจจุบัน
ต่อมาได้มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารสมเด็จพระบรมราชาที่ 3
แห่งกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้ย้ายเมืองใหม่มาตั้งที่บริเวณเมืองร้อยเอ็ดปัจจุบัน
ส่วนเมืองสุวรรณภูมิเดิมก็ยังคงมีอยู่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์คิดกบฎต่อกรุงเทพฯ
ได้ยกทัพเข้ามาตีหัวเมืองรายทางจนถึงนครราชสีมา แต่ก็ถูกทัพไทยตีแตกพ่ายไปในที่สุด
นอกจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้วยังพบหลักฐานทางโบราณคดี
แสดงการอยู่อาศัยของคนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
เช่นกันและรวมทั้งเคยเป็นดินแดนที่อยู่ในเขตอิทธิพลของอาณาจักรขอมโบราณ
เพราะพบโบราณสถานแบบขอมหลายแห่ง เช่น กู่พระโกนา อำเภอสุวรรณภูมิ
กู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย ปรางค์กู่ อำเภอธวัชบุรี
เป็นต้น
ร้อยเอ็ด มีเนื้อที่
8,299 ตารางกิโลเมตร และแบ่งการปกครองออกเป็น 17 อำเภอ
และ 3 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเกษตรวิสัย
อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน อำเภอธวัชบุรี อำเภอพนมไพร
อำเภอโพนทอง อำเภอเสลภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภออาจสามารถ
อำเภอหนองพอก อำเภอเมืองสรวง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทราย
อำเภอเมยวดี อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอจังหาร กิ่งอำเภอเชียงขวัญ
กิ่งอำเภอหนองฮี และกิ่งอำเภอทุ่งเขาหลวง
ทิศเหนือ ติดกับอำเภอกมลาไสย อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอร่องคำ
จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
ทิศใต้ ติดกับอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และอำเภอราษีไศล
จังหวัดศรีสะเกษ
ทิศตะวันออก ติดกับอำเภอเมือง อำเภอเลิงนกทา อำเภอกุดชุม
จังหวัดยโสธร
ทิศตะวันตก ติดกับอำเภอเมือง อำเภอวาปีปทุม และอำเภอพยัคฆภูมิ
จังหวัดมหาสารคาม

งานแข่งขันเรือยาวประเพณี ตำบลเมืองบัว
อำเภอเกษตรวิสัย
ประมาณวันที่ 15-31 ตุลาคม ของทุกปีได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูน้ำหลาก
คือช่วงเทศกาลออกพรรษา หรือช่วงประมาณวันที่ 15-31 ตุลาคม
ของทุกปี (เรือที่มาร่วมแข่งส่วนหนึ่งก็จะเป็นเรือของจังหวัดร้อยเอ็ด
และอีกส่วนก็เดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น กาฬสินธุ์,
มหาสารคาม, ศรีสะเกษ, และนครราชสีมา เป็นต้น) จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก
ประเพณีบุญบั้งไฟ
ช่วงเดือนหกถึงเดือนเจ็ดจัดตามอำเภอต่างๆ ภายในจังหวัด
ช่วงเดือนหกถึงเดือนเจ็ด มีขบวนแห่บั้งไฟซึ่งจัดอย่างสวยงาม
แสดงถึงประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะที่อำเภอพนมไพร
และอำเภอสุวรรณภูมิ มีขบวนแห่ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้ระดับจังหวัด
ประชาชนภายในจังหวัดและจังหวัดข้างเคียงได้เดินทางมาชมเป็นจำนวนมาก
งานประเพณีบุญข้าวจี่ของดีเมืองโพธิ์ชัย
หรือบุญเดือนสาม
เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นตามฮีตสิบสอง จารีตประเพณีโบราณของชาวอีสาน
ซึ่งถือว่าการได้ทำบุญข้าวจี่แล้วจะได้บุญกุศลมากและเป็นกาละทานชนิดหนึ่ง
ในงานได้จัดให้มีการประกวดธิดาปุณณทาสี และข้าวจี่ยักษ์อีกด้วย
งานประเพณีกินข้าวปุ้นบุญผะเหวด
ในวันที่ 1-2 มีนาคมของทุกปี เริ่มจัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.
2534 และจะจัดเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 1-2 มีนาคมของทุกปี
ณ บริเวณสวนสมเด็จฯ และบึงพลาญชัย บุญผะเหวด หรือทางภาคกลางเรียกว่าบุญมหาชาติ
นิยมจัดในช่วงเดือนสี่ เป็นงานบุญที่พระเทศน์มหาเวสสันดรชาดก
เรียกการเทศน์นี้ว่า เทศน์มหาชาติ มีการแห่ขบวนผะเหวด
13 ขบวน ตามกัณฑ์เทศน์มหาชาติ จากอำเภอและหน่วยงานต่างๆ
บริเวณรอบบึงพลาญชัยด้านในก็จัดเป็นร้านข้าวปุ้น (ขนมจีน)
ไว้คอยบริการฟรีสำหรับผู้มาร่วมงาน นอกจากนี้ยังจัดให้มีการประกวดศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน
เช่น พานบายศรีสู่ขวัญ เป็นต้น
ประเพณีแห่เทียนพรรษา
จัดขึ้นในวันอาสาฬหบูชาของทุกปีจัดขึ้นในวันอาสาฬหบูชาของทุกปี
ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์โดยขบวนแห่ต้นเทียนแต่ละวัด
ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้สีสวยสด และสาวงามจะเคลื่อนขบวนจากคุ้มต่างๆ
ผ่านตลาดไปยังบริเวณหน้าศาลาจตุรมุข ในบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
เพื่อร่วมประกวดต้นเทียนและขบวนแห่ต้นเทียน ซึ่งมีการรำเซิ้งแบบอีสานประกอบด้วย