ในสมัยของรัชกาลที่
3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทน์กบฏไม่ยอมขึ้นกับไทยอีก
และได้ยกทัพมากวาดต้อนผู้คนในเขตแดนไทยกลับไป ในการปราบกบฏดังกล่าว
ท้าวสุวอธรรมา ได้ยกกองทัพจากเมืองยโสธร มาช่วยกองทัพที่ยกไปจากกรุงเทพฯ
จนสามารถมีชัยเหนือเจ้าอนุวงศ์ได้ในที่สุด และจับกุมตัวลงมากรุงเทพฯ
ได้สำเร็จ รัชกาลที่ 3 จึงพระราชทานบำเหน็จให้ท้าวสุวอธรรมา
เลือกทำเลที่จะสร้างเมืองขึ้นรวม 4 แห่ง ซึ่งในที่สุด
ท้าวสุวอธรรมาได้เลือกสร้างเมืองที่บ้านไผ่ เรียกชื่อว่า
เมืองหนองคาย ต่อมาในปี พ.ศ.2443 ได้จัดตั้งมณฑลอุดรขึ้นที่บ้านหมากแข้ง
เมืองหนองคาย จึงมีฐานะเป็นเมืองหนึ่งของมณฑลอุดร
หลังจากยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลในปี พ.ศ.
2476 จังหวัดหนองคายซึ่งขึ้นกับมณฑลอุดร ได้แยกตัวออกมาเป็นจังหวัดหนองคายในปัจจุบันนั่นเอง
จังหวัดหนองคายอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
615 กิโลเมตร มีพื้นที่ราว 7,739 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็นหลายอำเภอ
ได้แก่ อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอบึงกาฬ อำเภอโพนพิสัย
อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอเซกา อำเภอท่าบ่อ อำเภอโซ่พิสัย
อำเภอสังคม อำเภอพรเจริญ อำเภอปากคาด อำเภอบึงโขงหลง
อำเภอศรีวิไล กิ่งอำเภอบุ่งคล้า กิ่งอำเภอเฝ้าไร่ กิ่งอำเภอสระใคร
และกิ่งอำเภอรัตนวาปี
สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก
จังหวัดหนองคายมีสินค้าพื้นเมืองที่น่าซื้อหาเป็นของฝากหลายอย่างโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหาร
เช่น ไส้กรอกอีสาน หมูยอ แหนม รวมทั้งอาหารเวียดนามเช่น
แหนมเนือง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือ เครื่องจักสาน
และเครื่องประดับเงิน ซึ่งมีร้านจำหน่ายอยู่ในตัวเมือง
สำหรับสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริมได้แก่
หวดและมวยนึ่งข้าวเหนียวจากตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมือง
กล้วยตาก กล้วยม้วนจากอำเภอสังคม ข้าวเม่าอบกรอบจากอำเภอปากคาด
สับปะรดกวนจากกิ่งอำเภอรัตนวาปี ยาเส้นอบถังจากตำบลบ้านถ่อน
อำเภอท่าบ่อ เป็นต้น

บั้งไฟพญานาค
เป็นปรากฏการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเฉพาะเวลาพลบค่ำในวันขึ้น
15 ค่ำ เดือน 11 (วันออกพรรษา) พบเห็นได้ตลอดแนวอำเภอที่ติดกับลำน้ำโขง
เช่น อำเภอเมือง โพนพิสัย ปากคาด บึงกาฬ ท่าบ่อ ศรีเชียงใหม่และสังคม
ลูกไฟมีสีแดงอมชมพู ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบั้งไฟของพญานาคที่เมืองบาดาล
วันออกพรรษาจะมีผู้สนใจเดินทางมารอชมปรากฎการณ์นี้ กันมาก
งานตักบาตรเทโวและแข่งเรือมิตรภาพไทย-ลาว
จัดขึ้นในเทศกาลออกพรรษาของทุกปี โดยในช่วงเช้าประชาชนจะมาร่วมกันตักบาตร
ในช่วงกลางวันจะมีการแข่งเรือยาวในลำน้ำโขงระหว่างไทยและลาวโดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ
งานอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ
จัดประมาณเดือนมีนาคมของทุกปี ที่บริเวณอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ
ภายในงานจะมีการแสดงและการละเล่น มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก
งานตรุษสงกรานต์
จัดในช่วงวันสงกรานต์ของทุกปี ที่บริเวณวัดโพธิ์ชัย
มีการอัญเชิญหลวงพ่อพระใส และพระพุทธรูปสำคัญจากวัดต่างๆเข้าขบวนแห่รอบตัวเมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำและนมัสการ
และมีการออกร้านค้าจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองราคาถูก
งานบุญบั้งไฟ
ในช่วงเดือน 6 (พฤษภาคม) ของทุกปี มีการแข่งขันบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถนหรือเทวดาเพื่อขอฝน
งานวัดที่บริเวณวัดโพธิ์ชัย ส่วนบริเวณที่จุดบั้งไฟจะจัดที่สนามห่างจากวัดโพธิ์ชัยไปประมาณ
10 กิโลเมตร