ติดต่อช้างน้อยเกี่ยวกับช้างน้อยรับทำวีซ่าโปรแกรมทัวร์ต่างประเทศโปรแกรมทัวร์ในประเทศ

นครศรีธรรมราช
Nakhonsithammarat

" เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู "
  
     เมืองคนดีนครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าไปเยือนมากเมืองหนึ่ง นอกจากจะมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม เช่นเขาหลวง หรือชุมชนพัฒนาตัวอย่างที่บ้านคีรีวง ที่เมืองนครฯก็ยังเป็นแหล่งศิลปะวัฒนธรรม ทั้งหนังตะลุง โนรา ที่แฝงไว้ด้วยคติธรรม และเป็นเมืองพุทธในแดนใต้ ดังมีพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มรดกทางวัฒนธรรมที่เมืองนครมีอยู่ในปัจจุบันนั้น ได้รับการสะสมมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1800 ปี

     “ตามพรลิงค์” คือแคว้นที่เคยตั้งอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราชปัจจุบัน ได้รับการบันทึกอยู่ในเอกสารมิลินทปัญหาของอินเดียตั้งแต่ พุทธศตวรรษที่ 5 และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พ่อค้าจากอินเดีย จีน ตะวันออกกลาง ด้วยเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรที่กั้นน่านน้ำทั้งสองด้าน จึงเหมาะที่จะเป็นเส้นทางแลกเปลี่ยนสินค้าจากทั้งสองฝั่งสมุทร และประกอบกับมีอ่าวที่เป็นท่าจอดเรือได้ พร้อมกันนั้นศาสนาพราหมณ์ก็ได้แพร่เข้ามาด้วย พบหลักฐานมากในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-14

     ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 14-16 อาณาจักรศรีวิชัยที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองครหิ ไชยา มีอำนาจปกครองเหนือดินแดนแถบคาบสมุทร พุทธศาสนานิกายมหายานจึงได้แพร่เข้ามาที่แคว้นตามพรลิงค์ด้วย

     เมื่อเข้าสู่พุทธศตวรรษที่ 17-18 แคว้นตามพรลิงค์รุ่งเรืองสูงสุด ผู้ครองแคว้นตั้งตนเป็นกษัตริย์ทรงนามพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช พร้อมกันนั้นได้สถาปนาราชวงศ์ปทุมวงศ์ และแผ่อิทธิพลรวมทั้งพุทธศาสนาไปยังเมืองต่างๆในภาคใต้ จนเป็นที่ยอมรับว่านครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยนั้น

     เมืองนครศรีธรรมราช หรือ นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม รุ่งเรืองอยู่ประมาณร้อยกว่าปี และเสื่อมลงเมื่อยกทัพไปตีเมืองลังกา และโจรชวาถือโอกาสเข้าปล้นเมืองถึง 3 ครั้งประกอบกับเกิดไข้ห่าระบาด จึงเป็นเหตุให้บ้านเมืองถูกทิ้งร้าง จนกระทั่งสมัยอยุธยา ผู้คนเริ่มกลับมาตั้งบ้านเมืองใหม่อีกครั้ง และนครศรีธรรมราชได้กลายมาเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้ของราชอาณาจักรอยุธยา

      ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในช่วงรัชกาลที่ 5 ได้มีการแก้ไขการปกครองหัวเมืองปักษ์ใต้ใหม่ นครศรีธรรมราชได้เปลี่ยนฐานะเป็นมณฑลนครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ. 2439 จนกระทั่ง พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงได้ยุบมณฑลนครศรีธรรมราช และเปลี่ยนมาเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน



     นครศรีธรรมราชอยู่ห่าง จากกรุงเทพฯโดยทางรถไฟ 832 กิโลเมตร และ 780 กิโลเมตรโดยทางรถยนต์ มีพื้นที่ 9,942.5 ตารางกิโลเมตร ทางด้านทิศตะวันตก เป็นที่ราบสูง มีภูเขาและป่าใหญ่ซึ่ง ลาดต่ำไปทาง ทิศตะวันออกจนเป็นที่ราบจดชายฝั่งอ่าวไทย อาณาเขตทิศเหนือจดสุราษฎร์ธานี ทิศใต้จดตรัง พัทลุงและ สงขลา ทิศตะวันตกจดกระบี่ แบ่งการปกครอง ออกเป็นหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอชะอวด อำเภอฉวาง อำเภอ เชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร อำเภอขนอม อำเภอลานสะกา อำเภอปากพนัง อำเภอพิปูน อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอนาบอน อำเภอพรหมคีรี อำเภอบางขัน อำเภอจุฬาภรณ์ กิ่งอำเภอถ้ำพรรณรา กิ่งอำเภอนบพิตำ และกิ่งอำเภอพระพรหม มีแม่น้ำสำคัญ 4 สาย คือ แม่น้ำตาปี ปากพนัง ปากพูน และแม่น้ำนครศรีธรรมราช



เครื่องถมนคร
เป็นหัตถกรรมสำคัญของนครศรีธรรมราชที่มีชื่อเสียง และ เป็นที่รู้จักแพร่หลายมาแต่อดีต เครื่องถมเมืองนครฯ มี 2 ชนิด คือ ถมดำซึ่งจะมีลวดลายเป็นสีขาว พื้นเป็นสี ดำและถมทองหรือถมทาทอง ซึ่งจะมีลวดลายเป็นสีทอง พื้นเป็นสีดำ ปัจจุบันมี การสอนการทำหัตถกรรมเครื่องถมที่วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช สังกัดกรมอาชีวศึกษา เครื่องถมนครที่ได้รับความนิยมจนปัจจุบันเนื่องจากยังรักษาคุณภาพไว้ได้ ลวดลายต่างๆ ยังสลักด้วยมือ น้ำยาถมนครก็มีสีดำสนิทเป็นเงา สินค้าเครื่องถม ได้แก่ แหวน ล็อกเกต กำไล ขัน พาน ถาด ซึ่งเป็นการทำโดยใช้มือทั้งสิ้น บริเวณที่ มีเครื่องถมขายมากปัจจุบันคือ ถนนท่าช้าง หลังสนามหน้าเมืองบริเวณวัดพระ มหาธาตุวรมหาวิหาร เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช และในบริเวณตลาดท่าวัง

เครื่องทองเหลือง
ที่หมู่บ้านไทยอิสลามสวนมะพร้าวหลังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ปัจจุบันมีผลิตกระบอกรีดเส้นขนมจีนอย่างเดียว สร้อยนะโม สร้อยเงิน และสร้อยสามกษัตริย์
เป็นงานที่ตกทอดกันมาช้านานด้านฝีมือ ช่างเงินของชาวนครศรีธรรมราช ที่ประดิษฐ์ถักร้อยสร้อยนานาชนิด มีทั้งเงิน ทอง และสามกษัตริย์ (คือ เงิน ทอง นาก) มีศูนย์รวมอยู่ที่บริเวณถนนท่าช้าง หลังสนามหน้าเมือง

หนังตะลุง
การแกะหนังตะลุง เป็นศิลปหัตถกรรมที่ควบคู่กับการเล่นหนังตะลุงของ ภาคใต้ ตัวหนังตะลุงของไทยได้ดัดแปลงแก้ไขรูปร่างตัวหนังตะลุงของชวา ให้เป็นศิลปะตามแบบของไทย มือเท้าของตัวหนังสามารถเคลื่อนไหวได้ขณะเชิด
หนังที่ใช้แกะทำหนังตะลุง จะใช้หนังลูกวัวหรือหนังแพะดิบ วิธีแกะจะใช้สิ่ว ขนาดต่างๆ ตอกสลักตามลวดลายที่ได้รับการออกแบบไว้แล้ว ราคาหนังตะลุงแต่ ละตัวจะต่างกันขึ้นอยู่กับความประณีตของงานและขนาดของตัวหนัง ปัจจุบันหนัง ตะลุงเป็นสินค้าเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของนครศรีธรรมราช และพัทลุง โดย เฉพาะในตัวเมืองนครฯ มีร้านแกะสลักและจำหน่ายตัวหนังตะลุงมากมาย แต่ที่มี จอสาธิตและสามารถแสดงการเล่นหนังตะลุงให้ชมด้วยมีอยู่ที่บ้านหนังนายสุชาติ ทรัพย์สิน ถนนศรีธรรมโศก ซอย 3

เครื่องใช้ย่านลิเภา
การทำเครื่องใช้ด้วยย่านลิเภา เป็นศิลปหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของ ปักษ์ใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นงานฝีมือที่มีมานานมากกว่า 100 ปี และในปัจจุบันมีการฟื้นฟูกันขึ้นมาจนได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง ย่านนิเภา หรือย่านลิเภา บางท้องถิ่นเรียกว่า ย่านยายเภา หรือย่านเภา หรือย่าน ลำเภา เป็นพืชเถาที่ขึ้นในที่ดอน ชอบขึ้นปะปนเลื้อยเกาะกับพืชอื่น ลำต้นเหนียว มี ความทนทาน ชาวบ้านจึงนำมาสาน เป็นเครื่องใช้สอยแทนหวาย เช่น กระเป๋าถือ กล่องยาเส้น ปั้นชา เป็นต้น บางชิ้นจะมีการเลี่ยมนาก เงิน ถม ทอง หรือทอง การ สานผลิตภัณฑ์ย่านลิเภาแต่ละชิ้นจะใช้เวลาราว 10 วัน จนถึงแรมเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับความละเอียดของลวดลายและความประณีต แหล่งผลิตสิ่งของจากย่านลิเภา ได้แก่ ศูนย์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านนครศรี ธรรมราช บ้านหมาน ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง และที่ครอบครัวทหารในค่าย วชิราวุธ

พัดใบกะพ้อ
อยู่ที่หมู่บ้านอำเภอร่อนพิบูลย์ ทำพัดใบกะพ้อส่งจำหน่ายทั่วทั้งประเทศ เป็น หัตถกรรมที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของจังหวัด

ผ้ายกนคร
เป็นผ้าทอที่มีชื่อเสียงของนครศรีธรรมราชตั้งแต่สมัยกรุงรัตน โกสินทร์ตอนต้น ผ้ายกนครทอได้หลายชนิด แต่ละชนิดมีดอกและลวดลายของ ตัวเอง เช่น ผ้าตก ผ้าเก้ากี่ ผ้าราชวัต ผ้าห่ม เป็นต้น แหล่งทอผ้าที่มีชื่อเสียง ได้แก่ บ้านนาสาร บ้านม่วงขาว บ้านมะม่วงสองต้น และในตัวเมืองนครฯ ปัจจุบันผ้ายกนครได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ และใช้วัตถุการทอเป็นด้าย หรือฝ้าย ธรรมดาคล้ายกับผ้าทอพื้นเมืองของท้องถิ่นทั่วไป แต่มีลวดลายยกดอกแบบโบราณ


ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
     เป็นประเพณีที่เกิดจากความเชื่อของชาวนครศรีธรรมราชที่ว่า ถ้าจะทำบุญ ให้ได้บุญจริง ๆ ต้องทำบุญต่อพระพุทธองค์ หรือใกล้ชิดพระพุทธองค์มาก ที่สุด พระบรมธาตุเจดีย์จึงเป็นเสมือนตัวแทนขององค์พระพุทธเจ้า เพราะ ว่าภายในพระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ ประชาชนจึง ร่วมใจกันนำผ้าแถบซึ่งมีอยู่ 3 สี ได้แก่ สีขาว สีแดง สีเหลือง มีความยาวนับ ร้อยเมตร ส่วนมากนิยมสีขาว เนื่องจากสามารถเขียนเรื่องราวพุทธประวัติ ได้ชัดเจน เรียกว่า "ผ้าพระบฏ" และจัดเป็นขบวน โดยให้ผู้ร่วมขบวนถือผ้า ที่คลี่ไปตามความยาว ไปพันรอบฐานองค์พระบรมธาตุหลังจากเวียนประ ทักษิณครบ 3 รอบแล้ว ประเพณีนี้จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือ ในวันมาฆบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งจะมีพิธีกวนข้าวมธุปายาสในวัดมหาธาตุด้วย และในวันวิสาขบูชา คือในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งตรงกับวันสมโภชพระบรมธาตุ

ประเพณีชักพระ ลากพระ
     เป็นวัฒนธรรมของอินเดียที่สืบต่อกันมาในดินแดนนี้ เพื่อเป็นการแสดง ความยินดี ที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากโปรดพระพุทธมารดา และจำ พรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จึงอัญเชิญขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่ไปยังที่ประทับ ซึ่งตรงกับวันออกพรรษาคือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ในปัจจุบันก่อนวันงานประมาณ 7 วัน จะมีการตีกลอง (โพน) และรัวกรับ เรียกว่า "การคุมพระ" และตกแต่งบุษบก สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปางอุ้มบาตร แล้วแห่แหนทั้งทางบก ซึ่งเรียกว่า "ลากพระบก" และทางน้ำ เรียกว่า "ลากพระน้ำ" การลากพระนิยมทำกันในวันออก พรรษาเพียงวันเดียว โดยลากออกจากวัดเวลาเช้าตรู่ไปชุมนุมกันที่โรงเรียน เบญจมราชูทิศ และกลับในเวลาเย็น มีการทำบุญตักบาตร และในโอกาส เดียวกันนี้ได้มีกิจกรรมเกิดขึ้นหลายอย่าง ได้แก่ การประกวดเรือพระ การแข่งพายเรือ การเล่นเพลงเรือ การแข่งขันตีโพน และการซัดต้ม

งานเทศกาลมังคุดหวาน
     เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลไม้ต่างๆ ของจังหวัด โดยเฉพาะมังคุดซึ่ง ปลูกกันมากตามอำเภอต่างๆ คำว่า "มังคุดคัด" คือ การนำเอามังคุดดิบที่ได้ คัดขนาดไว้แล้ว มาคัด (ปอก) เอาเปลือกออกโดยที่เนื้อเยื่อมังคุดยัง ขาวสะอาดอยู่ รสชาติของมังคุด จะหวานอมเปรี้ยว นำมาเสียบไม้วางขาย ทั่วไปในตัวเมือง นอกจากจะเป็นการเผยแพร่ ผลไม้สำคัญที่ได้ชื่อว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้ เมืองร้อน" แล้วยังเป็นการเผยแพร่ศิลปกรรม ของชาวเมืองนครฯ อีกด้วย เช่น การจักสานย่านลิเพา การทำเครื่องถม ช่วงเวลาของการจัดงานจะอยู่ ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ
     เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้นระหว่าง วันแรม 13-15 ค่ำ เดือน 10 (ตุลาคม) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความ ยินดี ที่ได้รับผลผลิตจากการเพาะปลูกในรอบปี จากนั้นจึงนำพืชผลที่ได้นี้มา ถวายแด่พระสงฆ์ เป็นการบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยการถวายอาหาร พร้อมทั้งอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ ญาติมิตรผู้ล่วงลับ และเพื่อเป็นสิริ มงคลแก่เรือกสวนไร่นา แก่ตนเองและครอบครัว เริ่มจากวันแรม 13 ค่ำ ซึ่งเป็น "วันจ่าย" คือ วันออกจับจ่ายซื้อของที่จำเป็น ในการจัดตกแต่ง "หมรับ" (สำรับอาหารคาวหวาน ผลไม้และของแห้ง) จากนั้นในวันแรม 14 ค่ำ เป็นวัน "ยกหมรับ" คือ การยกหมรับไปถวายแด่ พระสงฆ์ที่วัดและมีการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ส่วนในวันแรม 15 ค่ำ ประชาชนจะนำอาหารไปถวายพระสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำบุญฉลอง "หมรับ" ที่จัดไป วันนี้เรียกว่า "วันหลองหมรับ" (วันฉลองหมรับ) ถือว่า เป็นวันหมรับใหญ่ มีการทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ สำหรับหมรับในปัจจุบันนี้ ได้มีการจัดตกแต่ง ให้สวยงามมากขึ้น โดยมีองค์ ประกอบครบถ้วนตามแบบโบราณ มีการประกวดหมรับที่บริเวณศาลา ประดู่หกด้วย และมีขบวนแห่หมรับ ที่สวยงามตลอดแนว ถนนราชดำเนิน บริเวณสนามหน้าเมือง ในวันแรม 14 ค่ำ รวมทั้งกิจกรรมเสริมอื่น ๆ ได้แก่ การออกร้านจำหน่ายสินค้า นิทรรศการให้ความรู้ทางศาสนา การเกษตร ประกวดหัตถกรรม แข่งขันกีฬา และประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช
แผนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
แผนที่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช

การเดินทางทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ โดยทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี-ปากท่อ) แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 หรือจะใช้ทางหลวง หมายเลข 4 ผ่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์จนถึงชุมพร เปลี่ยนมาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอทุ่งสง อำเภอร่อนพิบูลย์ จนถึงนครศรีธรรมราช หรือจะเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครปฐม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงอำเภอท่าฉาง จังหวัดชุมพร แล้วจากนั้น ให้แยกเข้าสู่ สุราษฎร์ธานี โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงนครศรีธรรมราช

การเดินทางทางรถโดยสาร
รถโดยสาร บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารปรับอากาศชั้นหนึ่ง และรถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี (ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 435-1200, 434-7192

การเดินทางทางรถไฟ
มีขบวนรถเร็ว และรถด่วน กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ออกจากสถานีกรุงเทพฯ ถึงนครศรีธรรมราช ระยะทาง 832 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีขบวนรถด่วน และรถเร็วอีกหลายขบวนผ่านสถานีชุมทางทุ่งสง ซึ่งสามารถจะต่อรถไฟ หรือรถยนต์เข้าสู่นครศรีธรรมราชได้อีกต่อหนึ่ง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 223-7010, 223-7020 หรือที่ สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช โทร. (075) 356364

การเดินทางทางเครื่องบิน
บริษัทการบินไทย จำกัด เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.40 ชั่วโมง รายละเอียดติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัทการบินไทย จำกัด โทร. 280-0060, 628-2000 และที่นครศรีธรรมราช โทร. (075) 342491, 34387

 


ภาคเหนือ : เชียงราย : เชียงใหม่ : น่าน : พะเยา : แพร่ : แม่ฮ่องสอน : ลำปาง : ลำพูน : อุตรดิตถ์
ภาคกลาง : กรุงเทพฯ : กำแพงเพชร : ชัยนาท : นครนายก : นครปฐม : นครสวรรค์ : นนทบุรี : ปทุมธานี : พระนครศรีอยุธยา : พิจิตร : พิษณุโลก : เพชรบูรณ์ : ลพบุรี : สมุทรปราการ : สมุทรสงคราม : สมุทรสาคร : สระบุรี : สิงห์บุรี : สุพรรณบุรี : สุโขทัย : อ่างทอง : อุทัยธาน
ภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ
: กาฬสินธุ์ : ขอนแก่น : ชัยภูมิ : นครพนม : นครราชสีมา : บุรีรัมย์ : บึงกาฬ : มหาสารคาม : มุกดาหาร : ยโสธร : ร้อยเอ็ด : เลย : สกลนคร : สุรินทร์ : ศรีสะเกษ : หนองคาย : หนองบัวลำภู : อุดรธานี : อุบลราชธานี : อำนาจเจริญ
ภาคตะวันออก : จันทบุรี : ฉะเชิงเทรา : ชลบุรี : ตราด : ปราจีนบุรี : ระยอง : สระแก้ว
ภาคตะวันตก : กาญจนบุรี : ตาก : ประจวบคีรีขันธ์ : เพชรบุรี : ราชบุรี
ภาคใต้ : กระบี่ : ชุมพร : ตรัง : นครศรีธรรมราช : นราธิวาส : ปัตตานี : พังงา : พัทลุง : ภูเก็ต : ยะลา : ระนอง : สงขลา : สตูล : สุราษฎร์ธาน

นครศรีธรรมราช

ข้อมูลท่องเที่ยว
นครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราช
อำเภอเมือง
     กำแพงเมืองนครศรีฯ
     กุฎิทรงไทยวัดวังตะวันตก
     เก๋งจีนวัดประดู่และวัดแจ้ง
     วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
     ศาลหลักเมืองฯ
อำเภอพรหมคีรี
    
น้ำตกพรหมโลก
อำเภอลานสกา
    
อำเภอฉวาง
    
อำเภอพิปูน
    
อำเภอเชียรใหญ่
    
อำเภอชะอวด
    
อำเภอท่าศาลา
    
อำเภอทุ่งสง
    
ถ้ำตลอด
อำเภอนาบอน
    
เขาพระสุเมรุ
อำเภอทุ่งใหญ่
    
อำเภอปากพนัง
    
เกาะกระ
    
แหลมตะลุมพุก
อำเภอร่อนพิบูลย์
    
อำเภอสิชล
    
อำเภอขนอม
    
ถ้ำเขาวังทอง
อำเภอหัวไทร
    
อำเภอบางขัน
    
อำเภอถ้ำพรรณรา
    
อำเภอจุฬาภรณ์
    
อำเภอพระพรหม
    
อำเภอนบพิตำ
    
ถ้ำหงษ์
    
น้ำตกกรุงชิง
อำเภอช้างกลาง
    
น้ำตกท่าแพ
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
    

ที่พักนครศรีธรรมราช


บริษัท ช้างน้อย ฮอลิเดย์ จำกัด

23/328   ซ.นวมินทร์ 68   คลองกุ่ม   บึงกุ่ม    กทม.  10240
โทรศัพท์ 02 056 7499 E-mail :
changnoi-holiday@hotmail.com Facebook :
ChangnoiHoliday
Copyright © 2552 Changnoi Holiday Co., Ltd. All rights reserved. Powered by Lakkai Cyber

ริการจัดนำเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ ทุกที่ ที่คุณอยากไป ในราคาที่คุณกำหนดได้
ทัวร์ตะรุเตา ทัวร์ลาวใต้ ทัวร์หลวงพระบาง ทัวร์อินเดีย ทัวร์ฮานอย ทัวร์ทีลอซู ทัวร์สิบสองปันนา ทัวร์เยอรมัน ทัวร์ยี่เป็ง ทัวร์น่าน ทัวร์กระบี่ ทัวร์สิมิลัน ทัวร์สเปน ทัวร์กุ้ยหลิน ทัวร์จางเจียเจี้ย ทัวร์ฝรั่งเศส ทัวร์อังกฤษ ทัวร์ฮังการี ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ทัวร์ซีอาน ทัวร์ไต้หวัน ทัวร์ฮอกไกโด รับทำวีซ่า ทัวร์ภูกระดึง ทัวร์ลี่เจียง รับทำวีซ่าจีน ทัวร์พม่า ทัวร์อิตาลี ทัวร์สวิส ทัวร์เวียดนาม