ติดต่อ-สอบถามเกี่ยวกับเรารับทำวีซ่าโปรแกรมทัวร์ต่างประเทศโปรแกรมทัวร์ในประเทศ

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

     ภูพระบาท ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดอุดรธานี ห่างจากตัวอำเภอบ้านผือ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร สภาพทั่วไปเป็นป่าโปร่ง มีพืชพรรณธรรมชาติประเภทไม้เนื้อแข็งขึ้นปกคลุม เช่น ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ชินชัน ไม้เต็งรัง ไม้ประดู่ ด้วยเหตุนี้ ภูพระบาท จึงอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ มีชื่อว่า "ป่าเขื่อนน้ำ" เป็นแหล่งกำเนิดของลำธารหลายสาย เช่น ห้วยหินลาด ห้วยด่านใหญ่ ห้วยหินร่อง และห้วยนางอุสา ซึ่งไหลลงไปบรรจบกับแม่น้ำโขงทางทิศตะวันออก และไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่อำเภอท่าปอ จังหวัดหนองคาย

ภูพระบาท เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน (ภูพานคำ) ซึ่งเป็นเทือกเขาหินทราย อยู่ทางทิศตะวันตก ของจังหวัดอุดรธานี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยปานกลาง ประมาณ ๓๒๐ - ๓๕๐ เมตร หรือ จากพื้นราบ ประมาณ ๑๒๐ - ๑๖๐ เมตร

เมื่อหลายล้านปีมาแล้ว ได้พบหลักฐานทางด้านธรณีวิทยาว่า ภูพระบาทถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็ง เมื่อธารน้ำแข็งละลายเคลื่อนตัวลงตามแรงดึงดูดของโลก ก่อให้เกิดการกัดกร่อนขนานใหญ่บนภูพระบาท ทำให้เกิดเพิงหิน โขดหิน รูปร่างแปลกประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อขึ้นมากมาย

ประมาณ ๓,๐๐๐ - ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว มนุษย์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยังไม่รู้จักตัวหนังสือได้ขึ้นมาล่าสัตว์ และเก็บของป่าบนภูแห่งนี้ อีกทั้งยังได้ใช้เวลาว่างแต่งแต้มผนังเพิงหินทรายต่าง ๆ ด้วยการเขียนเป็น ภาพฝ่ามือ ภาพคน ภาพสัตว์ และภาพรูปทรงเรขาคณิตด้วยสีแดง ภาพบางภาพยังสะท้อนให้เห็น การดำรงชีวิตของคนและสัตว์ในสมัยนั้นได้อีกด้วย

ครั้นมนุษย์รู้จักใช้ตัวหนังสือ ซึ่งเริ่มเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ ยุคทวารวดี - ลพบุรี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔- ๑๖ ก็ได้ดัดแปลงเพิงหินทรายเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ และฮินดู มีการปักใบเสมาหินทราย ล้อมรอบเพิงหินทราย และแกะสลักรูปพระพุทธรูปและเทวรูป ลงบนเพิงหินทรายด้วย ต่อมา ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒ - ๒๓ ก็ได้มีการสลักรอยพระพุทธบาท และสร้างโบราณสถานขนาดเล็ก ไว้บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ บนภูพระบาทแห่งนี้ด้วย ซึ่งเป็นสมัยที่ได้รับอิทธิพลศิลปะลาว หรือเรียกโดยทั่วไปว่า ศิลปะล้านช้าง

ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวที่คนสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ ได้ใช้เขียนภาพก็ดี ประกอบศาสนกิจก็ดี ต่างก็ได้ถูกขนานนามตามอมตะนิยาย พื้นบ้าน "อุสา - บารส" เช่น หอนางอุสา, วัดพ่อตา, วัดลูกเขย, คอกม้าท้าว บารส, ถ้ำฤาษี เป็นต้น

กรมศิลปากรได้ตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครอง มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ จึงประกาศเขตโบราณสถานไว้ ๓,๔๓๐ ไร่ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๘ ตอนที่ ๖๓ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๒๔

โบราณสถานต่าง ๆ ที่สำคัญ

เจดีย์พระพุทธบาทบัวบก (BUA BOK BUDDHA'S FOOT PRINT)

เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้าง ๘.๕๐ เมตร สูงประมาณ ๔๕ เมตร สร้างขึ้นครอบรอยพระพุทธบาท ในระหว่างปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ - ๒๔๗๐ โดยพระอาจารย์สีทัต สุวรรณมาโจ

องค์พระเจดีย์สร้างเลียนแบบพระธาตุพนมองค์เดิมที่ยอดพระเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดพบในรอยพระพุทธบาท ขณะที่ขุดรื้อเอาเศษอิฐปูน เก่าออก

รอยพระพุทธบาท มีลักษณะแอ่งลึกประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ลงไปในพื้นหินยาว ๑.๙๓ เมตร และกว้าง ๙๐ เซนติเมตร นิ้วพระบาททุกนิ้ว มีความยาวเสมอกัน ตรงกลางพระบาทมีรูปธรรมจักร ล้อมรอบด้วย รูปสัตว์ต่าง ๆ คาดว่าคงจะสร้างในสมัยล้านช้างราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓

หอนางอุษา (NSNG USA'S TOWER)

เป็นก้อนหินทรายรูปร่างคล้ายดอกเห็ดที่กำลังบาน มีขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๗ เมตร สูงจากพื้นหินจนถึงหลังคาประมาณ ๑๐ เมตรเศษ ตั้งอยู่บนลานหินธรรมชาติ หอนางอุสา เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของภูเขาหินทรายทั่ว ๆ ไป แต่มีความสวยงามเป็นพิเศษ จนทำให้บุคคลทั่วไป คิดว่าเป็นการสร้างด้วยฝีมือของผู้มีฤทธิ์เดชและอำนาจยิ่งใหญ่

คนในสมัยประวัติศาสตร์ (ทวารวดี - ลพบุรี) จึงถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการตกแต่งให้เป็นห้องเล็ก ๆ อยู่ตรงบริเวณใต้ดอกเห็ดบาน โดยนำเอาก้อนหินผสมกับดิน ก่อเป็นผนังและบริเวณโดยรอบหอนางอุสา จะมีการปักใบเสมาล้อมรอบ คาดว่าน่าจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ภาพเขียนสีบนภูพระบาท

ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์บนภูพระบาท นิยมเขียนอยู่บนผนังหินทราย ซึ่งกระจัดกระจาย อยู่บนที่ต่าง ๆ ภาพเขียนสีเหล่านี้ใช้เป็นสถานที่หลบแดดหลบฝน หรือเป็นที่พักแรมชั่วคราวได้เป็นอย่างดี ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์บนภูพระบาท อาจจำแนกได้เป็นภาพคน ภาพสัตว์ ภาพฝ่ามือแดง ภาพลายเรขาคณิต เช่น ภาพเขียนสีบริเวณถ้ำวัว - ถ้ำคน ถ้ำฝ่ามือแดง ถ้ำช้าง ถ้ำสูง โนนหินเกลี้ยง และโนนสาวเอ้ เป็นต้น

ถ้ำพระ (CAVE OF BUDDHA IMAGES)

เป็นเพิงหินประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อนวางซ้อนกัน ยังคงเหลือ ภาพปฏิมากรรมสลักนูนสูง เรียงกันเป็นแถว คือ พระพุทธรูปนั่งในซุ้มคล้ายหน้าบันเทวรูปยืน พระพุทธรูปยืน พระพุทธรูปนั่ง หลายองค์มีสภาพชำรุดพระพักตร์หลุดหายไปส่วนใหญ่ แต่ยังคง ความสวยงามอยู่ อายุสมัยทวารวดี -ลพบุรี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ - ๑๖

ลำดับ อุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัด
1.   อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา   อยุธยา
2.   อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย   สุโขทัย
3.   อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง   บุรีรัมย์
4.   อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี   เพชรบุรี
5.   อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย   สุโขทัย
6.   อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย   นครราชสีมา
7.   อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์   กาญจนบุรี
8.   อุทยานประวัติศาสตร์กำเเพงเพชร   กำเเพงเพชร
9.   อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท   อุดรธานี
10.   อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ   เพชรบูรณ์


บริษัท ช้างน้อย ฮอลิเดย์ จำกัด

23/328   ซ.นวมินทร์ 68   คลองกุ่ม   บึงกุ่ม    กทม.  10240
โทรศัพท์ 02 056 7499 E-mail :
changnoi-holiday@hotmail.com Facebook :
ChangnoiHoliday
Copyright © 2552 Changnoi Holiday Co., Ltd. All rights reserved. Powered by Lakkai Cyber

ริการจัดนำเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ ทุกที่ ที่คุณอยากไป ในราคาที่คุณกำหนดได้
ทัวร์ตะรุเตา ทัวร์ลาวใต้ ทัวร์หลวงพระบาง ทัวร์อินเดีย ทัวร์ฮานอย ทัวร์ทีลอซู ทัวร์สิบสองปันนา ทัวร์เยอรมัน ทัวร์ยี่เป็ง ทัวร์น่าน ทัวร์กระบี่ ทัวร์สิมิลัน ทัวร์สเปน ทัวร์กุ้ยหลิน ทัวร์จางเจียเจี้ย ทัวร์ฝรั่งเศส ทัวร์อังกฤษ ทัวร์ฮังการี ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ทัวร์ซีอาน ทัวร์ไต้หวัน ทัวร์ฮอกไกโด ทัวร์ทุ่งดอกบัวตอง รับทำวีซ่า ทัวร์ภูกระดึง ทัวร์ลี่เจียง รับทำวีซ่าจีน รับทำวีซ่าพม่า ทัวร์อิตาลี ทัวร์สวิส ทัวร์เวียดนาม