ติดต่อ-สอบถามเกี่ยวกับเรารับทำวีซ่าโปรแกรมทัวร์ต่างประเทศโปรแกรมทัวร์ในประเทศ

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี

      พระนครคีรี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เขาวัง นั้น เป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนยอด เขาสมน (สะ - หมน) หรือ เขาสมณ (สะ - มะ - นะ) พระราชทานนามว่า เขามหาสวรรค์ โดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กองในการก่อสร้าง (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๒ พระนครคีรีเป็นพระราชวังแห่งแรกของไทย ที่สร้างขึ้นบนยอดเขา และที่พิเศษ คือ เป็นยอดเขาสามยอดติดต่อกันยอดเขาทางทิศตะวันออก โปรดเกล้าฯให้สร้างวัดประจำพระราชวัง คือ วัดพระแก้ว หรือ วัดพระแก้วน้อย โดยจำลองแบบมาจาก วัดพระแก้ว ที่พระบรมมหาราชวังกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วย โบราณสถานที่สำคัญ คือ
  • พระอุโบสถ
    ขนาดเล็กย่อส่วน อาคารทรงไทย ก่ออิฐถือปูน ผนังพระอุโบสถ ประดับด้วย หินอ่อนหลังคามุงกระเบื้องสี ใบระกา ช่อฟ้า บราลี ประดับกระจก ฝีมือช่างหลวง หน้าบันปูนปั้นเป็นตราประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ ตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ส่วนประชาสัมพันธ์ของพิพิธภัณฑ์
  • พระสุทธเสลเจดีย์
    ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถเป็นเจดีย์ทรงกลม เนื้อหินสีเทาอมเขียว ในการทำเจดีย์องค์นี้ ได้สลักหินประกอบเป็นองค์เจดีย์สำเร็จขึ้นที่เกาะสีชัง แล้วถอดเป็นชิ้น ขนโดยเรือ มาเพชรบุรี เพื่อมาประกอบที่วัดพระแก้ว
  • ศาลาและพระปรางค์แดง
    อยู่ด้านหน้าตรงข้ามกับหอระฆังและพระอุโบสถ สร้างเป็นศาลาทรงโปร่งเล็ก ๆ ๓ หลัง พระปรางค์แดงนั้น ทาสีแดงทั้งองค์ชาวบ้านจึงเรียกว่า พระปรางค์แดง เป็นปรางค์โปร่งทั้งองค์ ผิดไปจากปรางค์ทั่วไปที่จะสร้างโปร่งเฉพาะส่วนล่างและส่วนบนทึบ
  • หอระฆัง
    เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงสี่เหลี่ยมย่อมุมขนาดเล็ก
ยอดเขาตรงกลาง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์องค์ใหม่ครอบเจดีย์องค์เดิมที่ชำรุดทรุดโทรม ซึ่งมีมาแต่เดิม ก่อนการสร้างพระราชวัง โดยสร้างเป็นเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่ ภายในพระธาตุ ทำฐานกลวง เป็นห้องกลมมีเสาขนาดใหญ่ รองรับน้ำหนักอยู่ตรงกลาง ฐานกลม ๒ ชั้น ฐานชั้นบน มีทางขึ้นสำหรับไปสู่ลานประทักษิณชั้นบนได้ รอบ ๆ ฐานจะมีซุ้มสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป อีกทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายในองค์เจดีย์ด้วย ทรงตั้งชื่อว่า "เจดีย์พระธาตุจอมเพชร"ยอดเขาทางทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของหมู่ พระมหามณเฑียรสถาน และพระที่นั่งต่าง ๆ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี ที่สำคัญ คือ
  • พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์
    เป็นพระที่นั่งประธานของหมู่พระที่นั่งต่าง ๆ ก่อสร้างเป็นแบบ สถาปัตยกรรมยุโรปผสมกับสถาปัตยกรรมไทยและจีน เดิมในสมัยรัชกาลที่ ๔ ใช้เป็นห้องพระโรง สำหรับออกขุนนาง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงแก้ไขดัดแปลง ให้เป็นที่รับแขกบ้านแขกเมือง ประกอบไปด้วย ห้องเสวยพระกระยาหาร ห้องทรงพระสำราญ ห้องพระสุธารสชา ห้องบรรทม ห้องสรง และห้องลงพระบังคล
  • พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์
    เป็นที่บรรทมของรัชกาลที่ ๔ สร้างเป็นอาคาร๒ ชั้น แบบเก๋งจีน เชื่อมต่อกับ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ชั้นบนแบ่งเป็นห้อง ๆ คือ ห้องบรรทม และห้องทรงพระอักษร
  • พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท
    เป็นปราสาทยอดปรางค์แบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๔ ลักษณะเป็นปราสาทจตุรมุข ยอดปรางค์ ๕ ยอด โดยมีปรางค์ใหญ่อยู่ตรงกลาง ที่มุมทั้งสี่เป็นปรางค์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนฐานสูงซ้อนกัน ๓ ชั้น แต่ละชั้นมีระเบียงแก้วโดยรอบ ระเบียงชั้นบนสุดมีโดมโปร่ง อยู่ที่มุขทั้งสี่ ตัวปราสาทตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น ภายในประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสำริด ของรัชกาลที่ ๔ ทรงฉลองพระองค์ตามแบบพระราชดำริขึ้นใหม่ คือ ทรงสวม พระมาลาสก็อต พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ พระหัตถ์ซ้ายทรงสมุดหนังสือ ประทับยืน ภายใต้นพปฎลเศวตฉัตร
  • พระที่นั่งราชธรรมสภา
    เป็นพระที่นั่งชั้นเดียวยาว หลังคาแบบเก๋งจีน เป็นแบบศิลปที่ผสมกันระหว่างศิลปะตะวันตก จีน และไทย พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ประชุมสาธยายธรรมในสมัยรัชกาลที่ ๔ ซึ่งเป็น สถานที่ประชุมส่วนพระองค์ แต่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้ดัดแปลงเป็นห้องเสวย สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ที่ตามเสด็จ
  • หอชัชวาลเวียงชัย หรือ หอดูดาว
    สร้างเป็นรูปโดมลักษณะคล้ายกระโจมแก้ว มีบันไดวนขึ้นชั้นบน ชั้นบนรอบนอกเป็นระเบียง มีลูกกรงโดยรอบ ลูกกรงทำด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวจากประเทศจีน หลังคาทำเป็น รูปโค้ง มุงด้วยกระจกโค้ง ภายในโดมห้อยโคมไฟ ในสมัยก่อนชาวประมงได้อาศัยแสงไฟ จากกระโจมแก้วนี้ นำทางเข้าสู่อ่าวบ้านแหลมตอนกลางคืน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเชี่ยวชาญทางดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ กระโจมแก้วจึงเป็นสถานที่สำหรับส่องกล้อง ทอดพระเนตรดวงดาวต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถยิ่ง
  • พระตำหนักสันถาคารสถาน
    เป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายใน เป็นอาคาร ๒ ชั้น ก่ออิฐถือปูน หลังคาโครงสร้างไม้ มุงกระเบื้องดินเผาแบบจีน มีห้องรับแขกอยู่ตรงกลาง สองข้างเป็นห้องนอน มีมุขหน้ายื่นออกไป
  • โรงมหรสพหรือโรงโขน
    อยู่ติดกับพระตำหนักสันถาคารสถาน มีเวทีเป็นรูปอัฒจันทร์ มีประตูสองข้างฉาก ฉากหลังเป็นที่แต่งตัว หน้าเวทีเป็นลานดิน
  • หอพิมานเพชรมเหศวร์
    หอนี้ตั้งอยู่หน้าพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็นหมู่อาคารเล็ก ๆ ๓ หลัง อาคารขนาดใหญ่ ตรงกลาง มีแท่นประดิษฐานพระพุทธรูป อยู่ภายในและกั้นเป็นห้อง กล่าวกันว่า เป็นห้องทรงศีลของรัชกาลที่ ๔ หอริมขวามือเป็นศาลเทพารักษ์ หรือศาลพระภูมิเจ้าที่ หอริมซ้ายเป็นที่ประโคมสังคีต
นอกจากนี้ บนพระนครคีรี ยังมีโบราณสถานอีกมากมายที่ควรค่าแก่การมาเที่ยวชมและอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็น โรงสูทกรรมหรือโรงครัว ศาลาลูกขุน โรงรถโรงม้า ป้อมปราการที่แต่ละป้อมจะมีชื่อคล้องจองกันศิลปวัตถุโบราณวัตถุที่จัดแสดงและเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี แบ่งเป็นประเภทของศิลปวัตถุและโบราณวัตถุได้เป็น ๓ ประเภทใหญ่ คือ
  • ๑. เครื่องราชูปโภคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น โต๊ะทรงพระอักษร โต๊ะและเก้าอี้รับแขก โต๊ะเสวย เตียงบรรทม และโต๊ะพระสำอาง เป็นต้น รูปแบบของเครื่องราชูปโภคดังกล่าวนี้ ได้แบบมาจากยุโรป ให้ช่างจีนทำในเมืองไทย เมื่อสำเร็จออกมาแล้ว จึงมีลักษณะผสมกัน ระหว่างศิลปของยุโรป จีน และไทย
  • นอกจากนี้ก็มีสิ่งของเครื่องใช้ชิ้นเล็ก ๆ เช่น เชิงเทียน แจกัน ขวดหมึกพร้อมที่วางปากกา ฯลฯ มักจะเป็นของที่ซื้อหรือส่งมาจากต่างประเทศ
  • ๒. รูปหล่อโลหะสำริดและทองเหลือง ใช้สำหรับประดับตกแต่งห้องต่าง ๆ ในพระที่นั่ง สันนิษฐานว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงซื้อมาจากต่างประเทศ ในคราวเสด็จประพาสยุโรป
  • ๓. เครื่องกระเบื้อง ซึ่งมีทั้งเครื่องกระเบื้องของจีน เช่น กระถางต้นไม้และกี๋ เครื่องกระเบื้องของญี่ปุ่น เช่น กระถางต้นไม้ และเครื่องกระเบื้องยุโรป เช่น แจกัน ชุดอาหาร (dinner set) ชุดสรงพระพักตร์ และขวดพระสำอาง เป็นต้น
การจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรีในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ กรมศิลปากร ได้สำรวจและประกาศขึ้นทะเบียนพระนครคีรี เป็นโบราณสถาน ที่สำคัญของชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๘ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ และในปี พ.ศ.๒๔๙๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จขึ้นทอดพระเนตรอาคารต่าง ๆ ทรงเห็นความชำรุดทรุดโทรมของอาคาร จึงทรงมีพระราชปรารภ โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะซ่อมแซมอาคารต่างๆ และเมื่อได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์แล้ว จึงได้รับการจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคาม ๒๕๒๒ เป็นพิพิธภัณ์ประเภท แหล่งอนุสรณ์สถาน ศิลปโบราณวัตถุที่จัดแสดงอยู่ในห้องจัดแสดงแต่เดิมนั้นได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่อื่น ยกเว้น เครื่องราชูปโภคบางชิ้นที่ยังคงวางทิ้งไว้ในสภาพชำรุด หักพัง กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการบูรณะ ซ่อมแซมอาคาร และนำเครื่องราชูปโภคทั้งหมดที่ได้รับมอบกลับคืนมาจากสำนักพระราชวัง และกระทรวงมหาดไทย นำมาขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุ ซ่อมแซมและนำออกจัดแสดง ภายในพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และพระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ โดยนำออกจัดแสดง ให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงกับยุคสมัยเดิมให้มากที่สุด ต่อมา รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี เพื่อเฉลิมฉลองและเทอดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา และเนื่องใน พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในวโรกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๓๒ ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา ๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชมชาวไทยคนละ ๒๐ บาท ชาวต่างประเทศคนละ ๔๐ บาท ยกเว้นพระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ และแขกของทางราชการ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี หรือโทรสาร (๐๓๒) ๔๐๑๐๐๖ ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์บริการรถรางไฟฟ้า เปิดเวลา ๙.๐๐ น. - ๑๗.๓๐ น.
อัตราค่าบริการ ขึ้น - ลง คนละ ๓๐ บาท
โทรศัพท์ (๐๓๒) ๔๒๘๕๓๙ โทรสาร (๐๓๒) ๔๒๘๕๔๑

ลำดับ อุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัด
1.   อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา   อยุธยา
2.   อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย   สุโขทัย
3.   อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง   บุรีรัมย์
4.   อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี   เพชรบุรี
5.   อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย   สุโขทัย
6.   อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย   นครราชสีมา
7.   อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์   กาญจนบุรี
8.   อุทยานประวัติศาสตร์กำเเพงเพชร   กำเเพงเพชร
9.   อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท   อุดรธานี
10.   อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ   เพชรบูรณ์


บริษัท ช้างน้อย ฮอลิเดย์ จำกัด

23/328   ซ.นวมินทร์ 68   คลองกุ่ม   บึงกุ่ม    กทม.  10240
โทรศัพท์ 02 056 7499 E-mail :
changnoi-holiday@hotmail.com Facebook :
ChangnoiHoliday
Copyright © 2552 Changnoi Holiday Co., Ltd. All rights reserved. Powered by Lakkai Cyber

ริการจัดนำเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ ทุกที่ ที่คุณอยากไป ในราคาที่คุณกำหนดได้
ทัวร์ตะรุเตา ทัวร์ลาวใต้ ทัวร์หลวงพระบาง ทัวร์อินเดีย ทัวร์ฮานอย ทัวร์ทีลอซู ทัวร์สิบสองปันนา ทัวร์เยอรมัน ทัวร์ยี่เป็ง ทัวร์น่าน ทัวร์กระบี่ ทัวร์สิมิลัน ทัวร์สเปน ทัวร์กุ้ยหลิน ทัวร์จางเจียเจี้ย ทัวร์ฝรั่งเศส ทัวร์อังกฤษ ทัวร์ฮังการี ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ทัวร์ซีอาน ทัวร์ไต้หวัน ทัวร์ฮอกไกโด ทัวร์ทุ่งดอกบัวตอง รับทำวีซ่า ทัวร์ภูกระดึง ทัวร์ลี่เจียง รับทำวีซ่าจีน รับทำวีซ่าพม่า ทัวร์อิตาลี ทัวร์สวิส ทัวร์เวียดนาม