ติดต่อช้างน้อยเกี่ยวกับช้างน้อยรับทำวีซ่าโปรแกรมทัวร์ต่างประเทศโปรแกรมทัวร์ในประเทศ


เทศกาลและงานประเพณ

เทศกาลเครื่องดื่มและขนมพื้นบ้านแห่งเกาหลี (Korean Traditional Drink and Cake Festival)
     เทศกาลอาหารพื้นบ้านเกาหลีนี้จัดขึ้นที่เคียงจู, จังหวัดเคียงซางบุก-โด ผู้มาเยือนจะพบกับขั้นตอนการทำเครื่องดื่มและขนมข้าวพื้นบ้านชั้นครูและลองชิมฟรี ภาพที่เห็นคือการดื่มเหล้ากลั่นพื้นบ้านและขนมข้าวรสละมุน เป็นเป็นพิเศษในด้านพิธีการและตามฤดูกาล รวมถึงขนมพื้นบ้านรับประทานคู่กับเครื่องดื่ม และขนมข้าวทั้งหมดทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการครัวและขายในราคาลดพิเศษ

     เทศกาลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจีนและญี่ปุ่นก็จะดื่มเคียงคู่ไปกับขนมข้าว งานด้านการครัวต่างๆ เปิดให้สำหรับทุกคนเข้าร่วม รวมถึงการแสดงนิทรรศการเครื่องดื่ม ขนมข้าว และเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆในการทำ วิธีการทำขนมข้าว การสาธิตการแต่งงานแบบดั้งเดิม และงานรื่นเริงที่จัดมาหลายชั่วอายุ การเรียนรู้มารยาทและขั้นตอนการดื่ม การแสดงดนตรีแบบดั้งเดิมตามสมัยอาณาจักรชิลลา (Silla Kingdom) (57 ปี ก่อน ค.ศ. - ค.ศ. 935) และอื่นๆ

เทศกาลวัฒนธรรมวังอิน (Wang In Cultural Festival)
     วังอินเป็นปราชญ์ในช่วงศตวรรษที่ห้าในสมัยอาณาจักรแพ็กเจ (Baekje Kingdom) (18 ปีก่อน ค.ศ. - ค.ศ. 660)
ท่านได้เดินทางไปญี่ปุ่นโดยคำเชิญของจักพรรดิญี่ปุ่นและได้เผยแพร่คำสอนของท่านขงจื๊อ ตำราชนจามุน (Cheonjamun) (อักขระจีนพันตัว) และทักษะการทำกระดาษซึ่งทั้งหมดนี้ได้ช่วยอุปถัมภ์วัฒนธรรมอาสุกะของญี่ปุ่น

     เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณประโยชน์ของท่านเทศกาลวัฒนธรรมวังอิน ได้มีการจัดขึ้นทุกปีที่บ้านเกิดของท่าน ที่ยองอัม-กุน จังหวัด ชลลานัม-โด มีการจัดพิธีการพิเศษอันหลากหลาย รวมถึงการให้บริการเพื่อเป็นการรำลึกและการจัดแสดงพิธีกรรมโบราณที่อารามวังอินที่ซึ่งโต๊ะ และรูปเขียนของท่านถูกยกย่องว่า "การเดินทะเลสู่ญี่ปุ่น" ที่ซึ่งผู้คนจะแต่งกายในแบบแพ็กเจ 300 คนจะเดินตามรอยเท้าท่านจากอารามไปยังท่าเรือซังแดโพ (Sangdaepo Ferry) อันเป็นที่ที่ท่านออกเดินทางและพิธีการอื่นๆอีก เรือสไตล์แบกเชและข้าวของโบราณต่างๆจะนำท่านผู้มาเยือนกลับไปยังช่วงเวลาแห่งยุคแบกเช สิ่งที่ต้องชมอีกอย่างคือการเดินพาเหรดโคมอักขระจีนพันตัว ซึ่งนักเรียนหนึ่งพันคนจะออกเดินจากอารามไปยังท่าเรือในยามเย็น โดยแต่ละคนจะถือโคมที่มีตัวอักขระจีนสมัยขงจื๊อในแต่ละดวง

เทศกาลวัฒนธรรมออนยาง (Onyang Cultural Festival)
     เทศกาลวัฒนธรรมออนยางจัดขึ้นในช่วงคล้ายวันเกิดท่านนายพลเรือยีซุน-ชิน (Admiral Yi Sun-shin) เพื่อเป็นแรงบันดาลให้เกิดความรักชาติในการรำลึกถึงท่านผู้เป็นวีรบุรุษแห่งชาติ ผู้ต่อสู้กับการรุกรานของฮิเดโยชิแห่งญี่ปุ่นในปี
1592 มีพิธีการหลากหลายเพื่อแสดงการสรรเสริญต่อท่านนายพลยีเมื่อสี่ร้อยปีที่แล้ว และเป็นแรงบันดาลให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดกับวีรบุรุษในประวัติศาสตร์

     สถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงได้แก่ อารามฮยองชุงซา (Hyeongchungsa Shrine) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของอนุทินสงครามต่างๆที่เขียนขึ้นโดยท่านนายพล , โคบุคซอน (geobukseon) หรือ เรือเต่าซึ่งเป็นเรือรบหุ้มเกราะลำแรกและดาบยาว ที่ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติแห่งชาติ รวมถึงบ่อน้ำร้อนออนยางและอาซาน

     เหตุการณ์สำคัญได้แก่อาทิ เกมการรบทางทะเลของเรือเต่า การแข่งขันชักว่าว การแข่งขันมาราธอนของวีรบุรุษ การสาธิตการทดสอบการรับราชการทหาร และอื่นๆ

เทศกาลชินโด ยองดึง (Jindo Yeongdeung Festival)
     ทะเลช่วงเกาะชินโดและเกาะโมโดห่างจากฝั่งโฮดอง-ริ (Hoedong-ri) ในจังหวัดชลลานัม-โด นั้นเป็นส่วนที่มีกระแสน้ำต่ำสุดในเดือนที่สามทางจันทรคติ ซึ่งน้ำลดจะเกิดถนนใต้ทะเลกว้าง 40 เมตรยาว 2.8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่รู้จักแก่โลกเป็นครั้งแรกในปี 1975 โดยท่านปีแอร์ รังดี (Pierre Randy) ท่านอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำเกาหลีได้รายงานปรากฏการณ์ประหลาดนี้ ในสื่อของฝรั่งเศสว่าเป็นราวกับ "ปาฏิหารย์ของโมเสส" ในรูปแบบเกาหลี ตำนานของปรากฏการณ์นี้มีอยู่ว่า ในอดีตกาลชาวเกาะได้รับความเดือดร้อนจากบรรดาเสือ ในปีหนึ่งการรุกรานของเสือถึงขึ้นร้ายแรงมากจนทำให้ชาวเกาะทั้งหมดต้องพลักพรากจากบ้านหนีไปยังเกาะโมโด เว้นแต่เพียงหญิงชราผู้หนึ่งชื่อยาย ป้อง ซึ่งสวดภาวนาด้วยแรงศรัทธาทุกวันว่าจะได้เห็นหน้าครอบครัวอีกครั้ง และแล้วเทวดาก็ช่วยยายด้วยการแบ่งทะเลออก

     เทศกาลชินโด ยองดึง แสดงให้เห็นถึงการเฉลิมฉลองอันน่าปิติยินดีด้วยพิธีสักการะบูชาต่อยายป้อง (Grandma Ppong) เทศกาลจัดแสดงตามตำนานด้วยการล่องทะเลด้วยแพท่อนซุง การสักการะของชาวประมงต่อเทพแห่งทะเล และการชุมนุมของกุ้งหอยบนถนนทะเล การร้องเพลงเวลาทำงานของชาวเกาะชินโด เพลงของพวกหามหีบศพ
งานรื่นรมย์ของบบรรดาผู้ไว้ทุกข์และการแสดงพื้นบ้านต่างที่เป็นลักษณะเฉพาะของเกาะชินโด จัดขึ้นที่สิ่งหลงเหลือจากประวัติศาสตร์ อาทิ ที่ ยองจางซันซอง (Yongjangsanseong) (ป้อมภูเขา) และนัมโดซกซอง (Namdoseokseong) (ป้อมศิลา) ซึ่งถูกสร้างในสมัยราชวงศ์โคเรียว (Goryeo Dynasty) (ค.ศ. 918-1392)
และอุลลิมซานบัง (Ullimsanbang) ห้องทำงานของโฮวยู (Heo Yu) จิตรกรผู้มีชื่อเสียงในปลายราชวงศ์ โชซอน (Joseon Dynasty)

เทศกาลชุนยาง (Chunhyang Festival)
     เทศกาลชุนยางซึ่งเป็นเทศกาลยอดนิยมตลอดการในประเทศเกาหลีจัดขึ้นทุกปีที่นัมวอนจังหวัดชลลาบุก-โด ซึ่งจะครบรอบ 74 ปีในปี 2004 นี้

     ชุนยางเป็นวีรสตรีผู้ซื่อสัตย์ในชุนยางจอน (Chunhyangjeon) ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่มีผู้อ่านอย่างกว้างขวางในช่วงกลางของราชวงศ์โชซอน เรื่องมีอยู่ว่าชุนยางซึ่งเป็นลูกสาวของนักแสดงเกษียณอายุหญิงคนหนึ่งได้ตกหลุมรักกับ
ยีมอง-ยอง (Yi Mong-nyong) บุตรแห่งผู้ปกครองนัมวอนและให้คำปฏิญาณว่าจะแต่งงานกัน มอง-ยองจะต้องไปอยู่เมืองหลวงฮานยาง(กรุงโซลในปัจจุบัน) ซึ่งพ่อของเขาถูกย้ายไปประจำที่นั่น รวมถึงต้องเตรียมตัวสอบเป็นจองหงวน ผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่นามว่า เบียน ต้องตาต้องใจในความงามของชุนยาง และทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจเธอให้ได้ ทว่าชุนยางปฏิเสธเขาด้วยเธอภักดีต่อมอง-ยอง จนทำให้ผู้ปกครองซึ่งโกรธแค้นเธอจับเธอใส่ตะรางและทุบตี ในงานวันเกิดของเบียน เขาเอาแอกไม้หนักๆมาล่ามคอเธอ ยีปรากฏกายขึ้นในบันดลด้วยตำแหน่งผู้ตรวจการลัดของหลวง ซึ่งได้รับมอบหมายให้มาสืบหาเจ้าหน้าที่ผู้ทุจริต เขาลงโทษ เบียน และช่วยชีวิตชุนยางได้ในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้ใช้ชีวิตอย่างผาสุกมานับแต่นั้น

     เทศกาลนี้มุ่งประเด็นไปที่คุณธรรมแห่งความภักดีที่ไม่มีวันตาย กิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเข้าเยี่ยมคารวะสุสานของชุนยาง พิธีการแสดงความเคารพชุนยางที่สวนกวางฮัลลูวอน ซึ่งผู้ประกอบพิธี 42 คนแสดงการคารวะและ นักดนตรี 30 คน จากศูนย์แสดงศิลปพื้นบ้านแห่งชาติเป็นผู้เล่นเพลง

     การประกวดเพลงดั้งเดิมชุนยางเป็นการแข่งขันดนตรีดั้งเดิมระดับชาติ และการแสดงต่างๆถูกนำเสนอในเทศกาลนี้ เพิ่มเติมด้วยเทศกาลหัตถกรรม ไม้นัมวอนที่จัดขึ้นที่ เลิฟ พลาซ่า ใน โอฮยอน-ดอง (Eohyeon-dong) ซึ่งแสดงวิจิตรศิลป์แห่งหัตถกรรมจากไม้ หนึ่งในสิ่งพิเศษอันน่าภาคภูมิของนัมวอน ซีรึม (Ssireum) มวยปล้ำโบราณ และชิงช้าคีเนตุยกี (geunettwigi) (สำหรับผู้หญิงเล่น) มีขึ้นที่ริมลำธารโยชอน

เทศกาลแทกู ยังเนียงชี (Daegu Yangnyeongsi Festival)
     ริมถนนนัมยอง-โนระยะทาง 700 เมตรในย่านธุรกิจของแทกูมักจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของตัวยาสมุนไพร โดยทั่วไปมักเรียกว่า "ตรอกยา" คือศูนย์กลางแห่งธุรกิจ 350 กิจการซึ่งเกี่ยวข้องกับการแพทย์แผนตะวันออก รวมทั้งยาสมุนไพร การบำบัดด้วยการฝังเข็ม คลินิกสมุนไพร การต้มยาและ ร้านขายสมุนไพรและโสม

     ประวัติศาสตร์ของตลาดการแพทย์แผนตะวันออกย้อนยุคไปยังศตวรรษที่ 16 ในสมัยราชวงศ์ โชซอน (ค.ศ. 1392-1910) ในช่วงแรกๆนั้นตลาดสมุนไพรจะจัดขึ้นในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ใกล้กับที่ตั้งสำนักงานรัฐบาลเก่า และย้ายไปยังสวนสาธารณะเคียงซัง กัมยอง (Gyeongsang Gamyeong) ตลาดได้ย้ายไปเปิดยังที่ตั้ง ณ ปัจจุบันในปี 1908 กำหนดให้มีการอนุรักษ์ประเพณีการรักษาโรคและส่งเสริมการแพทย์โดยสมุนไพร เทศกาลแทกู ยังเนียงชี เริ่มด้วยพิธีการรำลึกถึง และขอพรให้มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องของการค้า และความอยู่ดีกินดีของคนในท้องถิ่น ในขณะเดียวกันก็มีพิธีคารวะท่าน เชน นอง บิดาแห่งการแพทย์สมุนไพรจีน

     การแสดงเพิ่มเติมก็มีอาทิ เกมถามตอบชื่อสมุนไพร การตรวจเช็คร่างกายฟรี นิทรรศการเครื่องมือรักษาโรคแบบตะวันออก และเหล้ายาทำจาก สมุนไพรเสริมสุขภาพและรากไม้ต่างๆ เช่น โสม และสมุนไพรต่างๆ ผู้มาเยือนอาจได้เข้าร่วมการประมูลสมุนไพร และการแข่งขันซื้อสมุนไพรด้วย

เทศกาลวัฒนธรรมผ้าป่านนรามี (Hansan Ramie Fabric Cultural Festival)
     ได้มีการเก็บเกี่ยวโมซี (Mosi) (พืชยืนต้นที่มีใยคล้ายป่าน) ที่ฮันซานมาตั้งแต่อาณาจักรแพ็กเจแล้ว ผ้าป่านรามีได้เป็นสิ่งทอสำหรับชุดในฤดูร้อนที่ดีที่สุดเป็นเวลาช้านาน โดยได้รับการชื่นชมว่าเป็นผ้าที่เบาบางดุจปีกแมลงปอ การซึมผ่านได้ง่าย การดูดซับความชุ่มชื้น และความคงทนทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบายและสดชื่นในช่วงฤดูร้อน ในวันเวลาแห่งอดีตผ้าฮานซานรามีคุณภาพชั้นยอดได้ถูกใช้เป็นของกำนัลให้กับกษัตริย์ เทศกาลจะครบ 15 ปีในปี 2004 นี้และจะนำเสนอช่วงเวลาอันอัศจรรย์ ที่จะเห็นคุณค่าถึงผ้าชนิดนี้ และผ้ารามีโบราณอันงามล้ำรวมถึงรูปแบบสมัยนิยมใหม่ๆ งานแสดงต่างๆรวมทั้งการจัดนิทรรศการผ้ารามีที่ย้อนยุคไปตั้งแต่ยุคสามก๊ก ชุดแต่งกายประจำชาติเกาหลี ที่เรียกว่า ฮันบก การย้อมสีโดยธรรมชาติโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมผ้า

     ยังมีตลาดรับอรุณซึ่งให้มีการศึกษาและซื้อผลิตภัณฑ์ ในโปรแกรมที่ต้องทำด้วยตนเองนั้น ผู้มาเยือนจะได้รับการทดลอง โดยครูผู้ที่จะสอนให้รู้จักการแยกเส้นใยดิบด้วยมือ การปั่นเส้นใย การทอด้วยกี่และการย้อม

เทศกาลสมุนไพรเขาชีรีซาน (Mt. Jirisan Herb Festival)
     ซันชองเป็นแหล่งกำเนิดของสมุนไพรแผนตะวันออกที่มีชื่อในด้านคุณภาพ และประสิทธิภาพด้วยว่าเติบโตบนเขาชีรีซานอันเลื่องลือของเกาหลี แพทย์แผนตะวันออกมากมายเกิดที่นี่รวมถึง หมอ ยูอึย-แท (Dr. Yu Eui-tae)ปรมาจารย์ของท่าน โฮว จุน (Heo Jun) แพทย์แผนตะวันออกผู้โด่งดังในยุคราชวงศ์โชซอนผู้ก่อตั้งมูลนิธิแพทย์แห่งเกาหลี

     เทศกาลให้โอกาสอันงดงาม แก่นักท่องเที่ยวที่จะได้รับประสบการณ์ในโลกแห่งศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออก อันลี้ลับรวมทั้งการทดลองและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ ที่เทศกาลนี้แหละที่ท่านจะได้รับยาแผนตะวันออกและอาหารตัวอย่างทำจากยาสมุนไพร

     งานที่สำคัญคือการทดลองชาสมุนไพรและอาหาร การบำบัดด้วยยาแผนตะวันออกฟรี การตัดต้นยา การชิมค็อกเทลที่ผสมด้วยพืชที่เป็นยา การเที่ยวชมตลาดยาสมุนไพร

เทศกาลสู้วัวแห่งชาติ (National Bullfighting Festival)
จองอับคือสถานที่ในช่วงการปฏิวัติดองฮักที่ชาวบ้านลุกฮือขึ้นสู้กับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตในปี 1894 จองอับยังเป็นที่กำเนิดของภูเขาแนจังซาน ที่มีชื่อว่าเป็นจุดที่สวยที่สุดในประเทศที่จะชมการร่วงหล่นของใบเมเปิล จองอึบมีสิ่งพิเศษท้องถิ่นมากมายแต่ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นเนื้อวัวที่คุณภาพไร้เทียมทาน วัวเนื้อที่นี่ได้รับการเลี้ยงดูตามปกติโดยเมล็ดบาร์เลย์ที่ยังไม่กระเทาะ ใบหญ้าเขียวสด และต้นไม้ยาแผนตะวันออก เทศกาลสู้วัวแห่งชาติที่จัดขึ้นที่จองอับนี้มีการแสดงวัฒนธรรมการสู้วัดลักษณะเฉพาะตามแบบฉบับเกาหลี ซึ่งต่างไปจากสเปนมากรวมถึงโอกาสที่จะได้เยือนตลาดการค้าเนื้อวัวดั้งเดิมของเกาหลี

     งานสำคัญๆรวมถึงการแข่งขันสู้วัว งานแสดงปศุสัตว์ การชิมเนื้อวัว นิทรรศการเครื่องมือปศุสัตว์ หมูชน และอื่นๆ

เทศกาลพระไตรปิฎกเกาหลี (Tripitaka Koreana Festival)
     พระไตรปิฎกเกาหลี คือการเก็บรวบรวมคัมภีร์ทางพุทธศาสนาอันสมบูรณ์ที่สุด ที่เก็บรักษาในวัดแฮอินซา อันประกอบไปด้วยแม่พิมพ์ไม้กว่า 80,000 ชิ้นที่ได้ถูกสลักทั้งสองด้าน และได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งโลก เทศกาลทริปิทาก้า โคเรียน่า เน้นไปที่วัฒนธรรมพุทธศาสนาของเกาหลีที่วัดแฮอินซาและภูเขาคายาซาน ขุนเขาอันโด่งดังของเกาหลี ชาวต่างประเทศถูกนำเสนอการเข้าพักและการให้ชิมอาหารวัดโบราณ อันเป็นโอกาสพิเศษเฉพาะที่จะได้ประสบการณ์จากบรรยากาศแห่งศาสนาพุทธในเกาหลี โปรแกรมต่างๆที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานถูกจัดขึ้นเพื่อให้ไม่เพียงแต่ชาวพุทธเท่านั้น แต่รวมถึงคนทั่วไปที่จะได้เข้าถึงวัฒนธรรมแบบพุทธ และความเรียบง่ายภายใต้สภาพแวดล้อมอันบริสุทธิ์ของภูเขาคายาซาน

     งานแสดงพิเศษต่างๆรวมทั้งละครระบำเรื่องพระไตรปิฎกเกาหลี ฮับชอน โอควานแด นอริ (Hapcheon Ogwandae Nori) พิธีจุดประทีปและงานรื่นเริงแสงเทียน และอื่นๆ

เทศกาลชาน้ำค้างแห่งขุนเขาฮาดง (Hadong Mountain Dew Tea Festival)
     ฮวาเก-เมียน (Hwagae-myon) ที่ฮาดงเป็นแหล่งของการเก็บเกี่ยวชาในเกาหลีเช่นเดียวกับ โบซอง ในจังหวัด
ชลลานัม-โด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุนซู-รี (Unsi-ri) ในฮวาแก-เมียนได้รับการยกย่องว่า เป็นสถานที่ปลูกชาได้ดีที่สุดของเกาหลี ได้มีการเก็บเกี่ยวชาเกาหลีครั้งแรกที่นี่ในปี ค.ศ. 828 โดยเมื่อคิม แท-เรียม (Kim Dae-ryeom) ซึ่งเป็นอุปทูตเดินทางไปเชี่อมไมตรีกับราชวงศ์ถังของจีน ได้เดินทางกลับมาพร้อมกับเมล็ดชาและเพาะปลูกลงบนเนินเขาในบริเวณนี้โดยคำสั่งของกษัตริย์ และแล้วบริเวณนี้ก็ได้เป็นแหล่งเพาะปลูกชาที่ดีที่สุดนับแต่นั้นมา

     เพื่อเป็นการรำลึกถึงประวัติศาสตร์นี้ ฮาดง-กุนได้จัดเทศกาลชาป่าขึ้นทุกปี ชาเขียวป่าท้องถิ่นยังคงผลิตโดยใช้แรงงานคนและส่วนผสมของมันก็มีประสิทธิผลในการป้องกันมะเร็ง เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ชาเขียวยังช่วยกำจัดสารไดอ็อกซินที่สะสมอยู่ในร่างกาย

     เทศกาลนี้นำเสนอการแสดงที่มีการริเริ่มตระเตรียมขึ้นมาใหม่ เช่นการแข่งขันชาพรีเมี่ยมแห่งปี และชาราชินีอันงดงาม ผู้มาเยือนจะได้รับประสบการณ์ ในการคัดเลือกใบชา และขั้นตอนการผลิตรวมถึงศิลปในพิธีดื่มชาแบบดั้งเดิม และมีรถรับส่งให้บริการตลอดงาน

เทศกาลผีเสื้อฮัมเปียง (Hampyeong Butterfly Festival)
     เทศกาลผีเสื้อฮัมเปียงนำเสนอความอลังการของผีเสื้อนับหมื่นๆ ที่บินร่อนเหนือทะเลแห่งดอกไม้นานาพรรณในพื้นที่ถึง 33 ล้านตารางเมตรซึ่งอยู่อาศัยในแดนแห่งสวรรค์ฮัมเปียง เทศกาลนี้เป็นความพยายามครั้งแรกในโลกที่จะจัดเทศกาลซึ่งมีผีเสื้อ และแมลงที่มีชีวิตกับธรรมชาติ และได้รับการกำหนดเป็นครั้งแรกในปี 2003 ว่าเป็น "เทศกาลการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม"

     ผีเสื้อบินโฉบไปมาเหนือทุ่งดอกเรบซีดที่บานสะพรั่งให้สีสันจินตนาการแห่งเทพนิยายให้กับเด็กๆ และย้อนเวลากลับไปยังโลกแห่งจินตนาการเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะเก็บประสบการณ์ในระบบชีววิทยา มีการแสดงคอนเสิร์ต การประกวดภาพเขียนและการแสดงต่างๆ อีกมากมาย

เทศกาลละครใบ้นานาชาติชุนชอน (Chuncheon International Mime Festival)
     เทศกาลละครใบ้นานาชาติจะฉลองครบรอบปีที่ 16 ในปี 2004 นี้ เทศกาลซึ่งเริ่มขึ้นในปี 1989 นั้นเดิมทีเรียกว่าเทศกาลละครใบ้เกาหลีและได้ถูกเปลี่ยนไปใช้ชื่อปัจจุบันในปี 1995 โดยที่คณะละครได้รับการเชิญจากต่างประเทศ
และในฐานะที่เป็นสถานที่แห่งเดียวที่มีการแสดงทำให้เทศกาลนี้ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและขณะนี้ก็ได้มีการริเริ่มการแสดงใหม่ๆ เพื่อเอาใจบรรดาผู้ที่ชื่นชอบละครใบ้ทั้งในประเทศและทั่วโลก เทศกาลละครใบ้เริ่มโดยพิธีกรรมทางศาสนาและพิธีเปิดงานและตามด้วยการแสดงที่เป็นสีสันต่างๆ อาทิ ปุงมุลลอริ (pungmullori) หรือ ดนตรีเครื่องเคาะจังหวะพื้นบ้าน และระบำละครใบ้สวมหน้ากาก ทัลชุม (talchum) จุดเด่นของงานคือทกแคบิ นันจาง (Dokkaebi Nanjang) คือการแสดงตลอดคืนซึ่งมีการแสดงละครใบ้ การแสดงตัวละครในวรรณคดี คอนเสิร์ตวงร็อค ดนตรีและภาพยนต์ ที่ชุนชอนเมืองแห่งม่านหมอกและทะเลสาบนี้เองที่มีการแสดงของคณะละครใบ้จากญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิสราเอล เยอรมัน สหราชอาณาจักร มองโกเลีย และจากที่อื่นๆทั่วโลก

เทศกาลโคลนโพเรียง(Boryong Mud Festival)
     เทศกาลโคลนโพเรียงเผยแพร่งานแสดงบนหาดแทจอนอันอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่โพเรียง, จังหวัดชุงชองนัม-โด ภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความแปลกตาของชายฝั่ง สิ่งที่ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนตลอดปีที่นี่คือหาดแทชอน ซึ่งประกาศความเป็นหาดรูปจันทร์เสี้ยวที่ยาวที่สุด ในฝั่งทะเลตะวันตก หาดมูจางโป ที่มีชื่อเสียงว่าเป็น "ปาฏิหารย์แห่งโมเสส" อีกแห่งนอกจากที่เกาะชินโด และหมู่เกาะ 78 เกาะ โคลนแห่งนี้อุดมด้วยธาตุเจอร์มาเนียมและองค์ประกอบอื่นๆ ซึ่งมีประสิทธภาพในการบำบัดผิวให้กระชับสดใสขึ้น และกำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขน โคลนซึ่งเป็นชื่อของเทศกาลนี้มีอยู่เต็มบริเวณชายหาดต่างๆ ที่สะอาดตามชายฝั่งโพเรียง แป้งโคลนที่สะกัดได้นั้นผ่านขั้นตอนอันพิถีพิถันจนมีประสิทธิผลในการรักษาผิวพรรณ

     เทศกาลโคลนโพเรียงที่จะครบปีที่ 7 ในปี 2004 นี้นักท่องเที่ยวจะได้รับความสนุกสนานจากการนวดโคลน การเพ้นท์ร่างกายด้วยโคลนและอื่นๆอีก การเล่นสไลเดอร์บนโคลน การเล่นถังโคลนยักษ์ และโปรแกรมที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการแข่งขันต่างๆ รวมทั้งของรางวัลต่างๆมากมาย

เทศกาลเครื่องวัฒนธรรมศิลาดลคังจิน (Gangjin Celadon Cultural Festival)
     ที่คังจินมีเตาเผาทั้งหมด 188 แห่งซึ่งสนับสนุนมรดกของเกาหลีเครื่องปั้นโคเรียวและทั้งคุณภาพ และปริมาณของเครื่องปั้นดินเผาโคเรียวในภูมิภาคนี้ก็ไม่เคยมีใครเกิน

     เทศกาลเครื่องปั้นดินเผาทางวัฒนธรรมคังจินนี้จัดขึ้นบริเวณเตาเผาเก่าในทุกกรกฎาคม มีการแสดงประวัติศาสตร์ยาวนาน 500 ปีของเครื่องปั้นดินเผาโคเรียว จากในยุคต้นๆในช่วงศตวรรษที่ 9 ไปถึงยุคเสื่อมในศตวรรษที่ 14 จนถึงยุคปัจจุบัน ด้วยไม้ที่ใช้ทำฟืนและดินขาวที่มีอยู่เหลือเฟือที่ภูมิภาคนี้ทำให้เป็นผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่งดงามที่สุดในโลก
ด้วยความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ คังจินยังเป็นภูมิภาคที่เป็นสถานีการค้าสำคัญในการค้าขายเครื่องปั้นต่างๆ กับจีนในยุคโบราณ

     เตาเผาที่แทกู-เมียน (Daegu-myeon) แสดงแบบจำลองชั้นเลิศของเครื่องปั้นคังจินแบบโบราณ ผู้มาเยือนจะได้โอกาสในการปั้นด้วยตนเอง และจะได้รับความบันเทิงจากการแสดงศิลปพื้นบ้านมากมาย และอาหารท้องถิ่นรสเลิศ

     สถานที่น่าสนใจบริเวณใกล้เคียงคือพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา ดาซานโชดัง (Dasan Chodang) ซึ่งปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นาม จอง ยัค-ยง (Jeong Yak-yong) (ปี 1762 - 1836) ซึ่งถูกเนรเทศเป็นเวลา 10 ปี (1808-1818)
ได้สั่งสอนลูกศิษย์และเขียนหนังสือ และวัดแบงยอนซา (Baengnyeonsa Temple) ซึ่งมีชื่อเสียงด้วยต้นคามีเลียขนาดใหญ่จำนวนมาก ที่เจริญเติบโตรอบๆวัด

เทศกาลวิทยาศาตร์แทจอน (Daejon Science Festival)
     เริ่มขึ้นในปี 2000 เทศกาลวิทยาศาสตร์แทจอนเป็นงานแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จัดให้แก่สาธารณชนในเกาหลี แทจอนถูกยกให้เป็นเมืองแห่งอนาคตของวิทยาศาสตร์ ล้อมรอบด้วยสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งเกาหลี (KAIST) และหุบผาแททอกซึ่งทั้งสองแห่งนั้นเต็มไปด้วยนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีจำนวนมาก และอุทยานเอ็กซ์โปแทจอนซึ่งเป็นอุทยานเอ็กซ์โปที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี

     ผู้มาเยือนจะได้รับโอกาสในการสัมผัสกับเทคโนโลยีล้ำยุค และวิทยาศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นผ่านทางนิทรรศาการ การแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์นานาชาติ ซึ่งมุ่งหวังที่จะกระตุ้นให้เกิดความรวดเร็วในการแลกเปลี่ยนสารสนเทศไฮเทค และวิทยาศาสตร์ในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว ไซแอนซ์ เมจิก โชว์ ซึ่งแสดงปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์และการแสดงอื่นๆ

     นอกจาก KAIST แล้ว สถาบันวิจัยอื่นๆในผาแททอก เช่น สถาบันทรัพยากรแห่งเกาหลี สถาบันวิจัยพลังงานอะตอมแห่งเกาหลี สถาบันวิจัยอวกาศ และการบินยังเปิดให้ผู้มาเยือนในรายการทัวร์ทางวิทยาศาสตร์ นักท่องเที่ยวจะได้รับความเพลิดเพลินจากโชว์น้ำพุยามค่ำคืน ที่เริ่มด้วยการเล่นดอกไม้ไฟอันน่าตื่นตาที่จัตุรัสฮันวิท (Hanvit Square) ในอุทยาน

เทศกาลหิ่งห้อยมูจู (Muju Firefly Festival)
     เทศกาลหิ่งห้อยมูจูจัดขึ้นทุกปีที่มูจู จังหวัดชลลาบุก-โด หิ่งห้อย (อนุสาวรีย์แห่งธรรมชาติ 322) เป็นแมลงที่สร้างแสงจากอวัยวะเรืองแสงพิเศษในตัว จะเป็นที่รู้กันว่าจะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่ไม่เป็นมลพิษเท่านั้น ทุกวันนี้หิ่งห้อยลดจำนวนลงไปเนื่องจากสภาวะแวดล้อมที่ทรุดโทรมลง

     เทศกาลหิ่งห้อยดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติเพิ่มขึ้นทั้งจากในและต่างประเทศ เทศกาลกินเวลานาน 9 วันนับตั้งแต่พิธีเปิดและงานเต้นรำสวมหน้ากากและโปรแกรมอื่นๆที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน งานแสดงจำนวนหนึ่งในนี้ที่น่าสนใจคืองาน บัง-อัตกอรินอริ (การแสดงพื้นบ้านบนท้องถนนแบบโบราณ) การแข่งขันศิลปสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เกมการละเล่นพื้นบ้าน การพิมพ์หิ่งห้อยบนมือ นิทรรศการภาพถ่ายหิ่งห้อยตามระบบนิเวศน์ การไล่ล่าหิ่งห้อยที่จับยาก ชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ และอื่นๆ

     โปรแกรมการท่องเที่ยวไปยังสถานที่น่าสนใจใกล้เคียงอาทิ ภูเขาด็อกยูซาน (Deogyusan Mountain) ผามูจู กูชอนดอง (Muju Gucheondong Valley) ภูเขาช็อกซางซัน (Jeoksangsan Mountain) และผาชีเรียน (Chiryeon Valley) สามารถทำได้โดยการบริการรถชัตเติลบัส

เทศกาลโสมคึมซาน (Geumsan Ginseng Festival)
     จุมซานในจังหวัดชุมชองนัม-โดมีตลาดโสมที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ซึ่งส่งโสมเป็นอัตราร้อยละ 80 ของความต้องการในประเทศ

     สถานที่จัดเทศกาลคือโถงจัดนิทรรศการโสมในคึมซาน-อึบ (Geumsan-eup) มีร้านประมาณ 980 ร้านในตลาดที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์โสมนานาชนิดที่มีคุณภาพสูงสุดทั้งในรูปของโสมสด รากแห้ง เหง้า โสมสกัดและชาโสม รากโสมแผ่น โสมบดหรือรากโสมแช่น้ำผึ้ง โสมแดงอบ รวมถึงผลิตภัณฑ์โสมอื่นๆในรูปของชา แคปซูล การผสมกับตัวยาสมุนไพรอื่นๆ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ

     การแสดงสำคัญคือนิทรรศการโสมนานาชาติ การแข่งขันปรุงโสมและสมุนไพร ทริปการเก็บเกี่ยวโสม การทำโสมขวดที่ระลึกและการทำตุ๊กตาโสม การสาธิตการผลิตโสมที่ได้อายุ การแสดงพื้นบ้านของคึมซานและอื่นๆ

     โถงจัดนิทรรศการโสมเป็นสถานที่ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ซึ่งมีการนำเสนอในแบบมัลติมีเดีย ถึงขั้นตอนการเจริญเติบโตและสรรพคุณของโสม

เทศกาลซกวิโพ ชิลซิมนี (Seogwipo Chilsimni Festival)
     เทศกาลซกวิโพชิลซิมนีเป็นเทศกาลซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมพื้นบ้านเชจูเข้ากับศิลปะด้วยวัฒนธรรมทางทะเล เป็นเทศกาลที่ให้ความรู้คลุมครอบแก่ผู้คน ในการได้รับประสบการณ์จากชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมที่สวยงามเป็นลักษณะเฉพาะของเกาะ

     เทศกาลซกวิโพ ชิลซิมนีนำเสนอศิลปะที่หลากหลายและโปรแกรมทางวัฒนธรรม การเดินพาเหรดซกวิโพ ชิลซิมนีอันมีชื่อเสียง รวมถึงประสบการณ์ต่างๆ เทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่เปิดโอกาส ให้มีผู้ร่วมจัดไม่เพียงแต่ผู้จัดงานเทศกาลเท่านั้นแต่ทั้งชาวเชชู และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วม และได้รับความรื่นรมย์จากโปรแกรมอันหลากหลาย เป็นเทศกาลที่ได้แสดงพลังขับเคลื่อน เพื่อให้คนท้องถิ่นได้มีความสมัครสมาน และตระหนักถึงศักยภาพของตน และช่วยให้ชุมชนได้มีการพัฒนาต่อเนื่องขึ้นไป

     การแสดงสำคัญรวมถึงการเดินพาเหรดชิลซิมนีไปตามท้องถนน การแสดงการยอมแพ้ของนายพลชอย ยอง (Choi Yeong) ต่อกองทัพมอคโฮ (Mokho) การแสดงพื้นบ้านเชจู การวิ่งมาราธอนชิลซิมนี และอื่นๆ

เทศกาลระบำหน้ากากนานาชาติอันดอง (Andong International Mask Dance Festival)
     หมู่บ้านฮาโฮในอันดองจังหวัด เคียงซางบุก-โด เป็นที่สนใจของชาวโลกในปี 1999 เมื่อสมเด็จพระราชินีควีนอลิซาเบธที่ 2 ได้มาเยือนที่นี่ ชาวหมู่บ้านฮาโฮได้ดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมในบ้านที่สร้างตามแบบศตวรรษที่ 18 และ 19 อย่างเห็นได้ชัด พวกเขายังคงรักษาระบำหน้ากากฮาโฮอันเป็นการแสดงพื้นบ้านที่ยังคงดำรงอยู่มาหลายร้อยปี การแสดงระบำหน้ากากฮาโฮถูกยกให้เป็นสมบัติของชาติลำดับที่ 121 หน้ากากแบบโบราณของเกาหลีทั้งหมดที่ใช้ในการแสดงละครหน้ากากนั้นทำจากกระดาษ แต่ของฮาโฮนั้นทำจากไม้ เทศกาลระบำหน้ากากนานาชาติอันดองจัดขึ้นริมแม่น้ำในหมู่บ้าน มีการแสดงระบำหน้ากากฮาโฮเป็นจุดเด่นรวมถึงระบำหน้ากากของเกาหลี และของต่างประเทศและละคร

     โปรแกรมสำหรับผู้มาเยือนรวมถึงชั้นเรียนการระบำหน้ากาก นิทรรศการหน้ากากทั้งเก่าและใหม่จากทั่วโลก การแสดงหุ่นเชิดและการแสดงศิลปะอื่นๆ

     ฮาโฮเบียวซินกุต ทัลลอรี Hahoe Byeolsingut Tallori): ละครรำหน้าการนักบวชซึ่งได้มีการเล่นมากว่า 500 ปีในหมู่บ้านฮาโฮ ซึ่งสวดขอพรเทวดาผู้พิทักษ์ให้มีสุขภาพดีและสันติสุขในชุมชน เพิ่มเติมสีสันด้วยคำถากถางอันเผ็ดร้อนต่อบรรดาชนชั้นสูงที่ทุจริตและพระที่กระทำผิดหรือพระที่ฟุ่มเฟือย

เทศกาลดนตรีพื้นบ้านเกาหลี นันเก (Nangye Traditional Korean Music Festival)
     เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงปาร์ค ยอน (Park Yeon) (นามปากกาของท่านคือ "นันเก" (Nangye)) หนึ่งในสามของนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลี ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงต้นๆของราชวงศ์โชซอน และส่งเสริมและพัฒนาการดนตรีแบบโบราณของเกาหลี หลายคนยกย่องท่านว่าเป็นบิดาของคีตวิทยาแห่งเกาหลี ในฐานะที่เป็นนักแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยม และเป็นผู้มีความสามารถพิเศษเขาได้ทำการปรับเปลี่ยนเพลงที่ได้รับอิทธิพลจากจีน อาทิ ดาง-อัค (dang-ak) และอา-อัค (a-ak) รวมถึงดนตรีพื้นเมืองเกาหลี ฮยาง-อัค (hyang-ak)

     ระหว่างเทศกาลมีการแสดงจินตลีลาแสดงเรื่องราวแห่งชีวิตท่าน และการแสดงการผสมกลมกลืนของดนตรีดั้งเดิมเกาหลี กับดนตรีตะวันตกโดยวงศ์ดุริยางค์ดนตรีดั้งเดิมเกาหลีนางเยที่นางเยฮอลล์ ผู้มาเยือนต้องพยายามได้รับโอกาสในการเล่นเครื่องดนตรีเกาหลีแบบดั้งเดิม มีรายการการแข่งขันดนตรีแห่งชาติและการแข่งขันอ่านบทกลอนโบราณแห่งชาติรวมอยู่ด้วย

     อา-อัค: รูปแบบเพลงของเกาหลีที่มีท่วงทำนองช้าซึ่งรับมาจากเพลงจีนในสมัยราชวงศ์ซ่ง เพลงชนิดนี้บรรเลงในพิธีการในราชสำนัก และพิธีการบูชาเซ่นไหว้บรรพบุรุษและท่านขงจื๊อในอารามต่างๆ มีเครื่องดนตรีประกอบที่หลากหลายใช้เล่นประกอบกับการเต้นรำ เพลงสมัยราชวงศ์ซ่งถูกถ่ายทอดมายังเกาหลีในสมัยกอร์เยวในปี 1116

     ฮยาง-อัค: เป็นเพลงพื้นเมืองในราชสำนักเกาหลีชนิดหนึ่ง ซึ่งพัฒนาการมาจากยุคสามก๊กผ่านมายังราชวงศ์โชซอน
บรรเลงในพิธีการของราชสำนักมีความเป็นมาที่แตกต่างจาก ดาง-อัคซึ่งได้รับมาจากสมัยราชวงศ์ถัง หรืออา-อัค

เทศกาลเห็ดป่าสนยางยาง (Yangyang Pine Mushroom Festival)
     เทศกาลเห็ดป่าสนยางยางจัดขึ้นที่ยางยาง, คังวอน-โดในช่วงต้นเดือนตุลาคม ลักษณะทางธรรมชาติที่นี่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเห็ดป่าสน ที่ถูกจัดอันดับว่าดีที่สุดในโลกที่ชื่อ ซอง-อี (song-I) ในเทศกาลจะมีการเก็บเห็ด และการปรุงอาหาร ทริปการเดินทางไปตามเนินเขาและการแสดงแบบโบราณ ด้วยที่ว่าเป็นงานพิเศษ นักท่องเที่ยวจะได้ลัดเลาะไปตามป่าเขา เพื่อเก็บเห็ดอันมีค่าซึ่งพวกเขาอาจหาซื้อได้ในราคาลดพิเศษ (เป็นที่นิยมในบรรดาผู้รักเห็ดมัตสุตาเกะของญี่ปุ่น) มีการเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าไปเก็บเห็ด อาหารทำจากเห็ดป่าสนท้องถิ่นมีให้บริการเป็นบางครั้ง

     ซอง-อี เห็ดป่าสน: อุดมด้วยโปรตีนและวิตามินบีรวม เห็ดป่าสนมีสรรพคุณในการป้องกันความดันโลหิตสูง โรคภาวะเส้นโลหิตหนาและโรคหัวใจและคุณสมบัติต้านมะเร็ง

     เห็ดชนิดนี้ขึ้นเฉพาะในป่าสนแดงเพียงบริเวณจากแทแบ็กซานและเทือกเขาโซแบ็กซานและซอง-อีจากยางยางได้รับการพิจารณาว่าดีที่สุดในเอเชีย

เทศกาล พูซาน ชากัลชิ (Busan Jagalchi Festival)
     พูซานเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลีที่เจริญรุ่งเรืองด้วยทรัยากรทางทะเลอันอุดมสมบูรณ์ ถูกต้องตามสภาพลมฟ้าอากาศแบบมหาสมุทรและทัศนียภาพอันสวยงามทั่วไปตามชายฝั่งและท่าเรือ ตลาดปลาชากัลชิในพูซาน เป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ซึ่งอำนวยประโยชน์ และเป็นแหล่งจัดส่งผลิตภัณฑ์จากทะเลนับเป็นตันๆ ในแต่ละวัน

     เทศกาลพูซาน ชากัลชิ จัดขึ้นทุกปีที่ตลาดและถนนกวางบองโนและเขตนัมโป-ดอง นำเสนอการแสองซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่การแนะนำประเพณี ของชาวประมงและผลิตภัณฑ์จากทะเลแก่ผู้คนจากหลายหลากสถานที่ ไฮไลท์ของงานรื่นเริงในตอนเย็นคือพิธีบูชาสงฆ์ของชาวประมง (เรียกว่ายองวังกุท Yong-wanggut) ซึ่งเป็นการสวดอ้วนวอนต่อราชามังกรแห่งท้องทะเล ขอให้คุ้มครองพวกเขาให้ปลอดภัยในการเดินเรือ และจับปลาได้มากๆ ผู้สวดจะเอ่ยคำว่า โกซา (Gosa) เพื่อความเป็นสิริมงคลและปัดเป่าภัยชั่วร้าย และการแสดงของวงดนตรีเครื่องเคาะจังหวะ (ปุงมุลโลริ) (pungmullori)
อันซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้อิสระในการร่วมแสดงช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นด้วยกัน ปุงมุลหมายถึงเครื่องเคาะจังหวะที่ปกติจะเล่นโดยชาวประมงในโอกาสเทศกาล

     งานต่างๆที่ตลาดคือการสาธิตการลอกหนังปลาไหลและการแล่เนื้อปลาของแม่ค้าปลา การจัดปลาในถังด้วยมือเปล่าเป็นโปรแกรมที่ให้ทุกคนได้เข้าร่วม ยกเว้นการแข่งขันทำอาหารเกาหลี ซึ่งมีไว้สำหรับชาวต่างชาติเท่านั้น นอกนั้นยังมีการแข่งขันทำครัวด้วยเนื้อปลาสำหรับพ่อครัวใหญ่ และการแข่งขันเรียกชื่อปลา (เพื่อทดสอบความรู้ด้าน โฮ หรือปลาสด) มีอาหารทะเลขายในราคาพิเศษระหว่างเทศกาล ที่นี่คือสถานที่ที่ผู้ชื่นชอบอาหารทะเลจะได้เลือกปลาสดคุณภาพดีที่สะพานปลาและในถังปลาด้วยตนเอง

     ยอง-วังกุท : เป็นพิธีกรรมของนักบวชของชาวประมงต่อราชามังกรแห่งท้องทะเล มีการปฏิบัติกันมาแต่โบราณกาลเพื่อให้มีความปลอดภัยในการเดินทาง ลากอวนได้ครั้งละมากๆ และชีวิตที่ดีในชุมชน

เทศกาลอาหารทะเลหมักดองคังเคียง (Ganggyeong Salted Seafood Festival)
     คังเคียงเป็นท่าเรือในแผ่นดินที่ซึ่งทักษะการถนอมอาหารทะเลด้วยเกลือได้ถูกหล่อหลอมขึ้น ซึ่งโดยปกติจะเก็บได้นานประมาณ 100 วันที่อุณหภูมิ 10- 15 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร

     สิ่งที่โดดเด่นในเทศกาลคือประวัติความเป็นมาของอาหารหลักของเกาหลีชนิดนี้ และรวมถึงประสบการณ์ที่น่าสนใจของผู้มาเยือน และช่วงทำอาหารด้วยตนเอง และอาหารทะเลแห้งที่ดีที่สุดในเกาหลีที่จำหน่ายในราคาประหยัด

     มีการแสดงสำคัญๆต่างๆอาทิ การทำกิมจิกับอาหารแห้ง นิทรรศการภาพถ่าย นิทรรศการอาหารแห้ง และอื่นๆ

เทศกาลศิลปการต่อสู้แห่งโลก ชุงจู (Chungju World Martial Arts Festival)
     เทศกาลศิลปะการต่อสู้แห่งโลก ชุงจูเริ่มต้นพร้อมกันที่ชุงจูยิมเนเซี่ยมและสถานที่ต่างๆในชุงจู, จังหวัดชุงชองบุก-โด การแสดงที่สำคัญๆ อาทิ การสาธิตศิลปะการต่อสู้และ "ประสบการณ์แห่งศิลปะการต่อสู้" ที่จัตุรัสชุงจูยิมเนเซี่ยม, และการสาธิต แทคเคียน (Taekkyon) หอมรดกการต่อสู้ แทคเกียน

     แทคยอนเป็นการกำเนิดของศิลปการต่อสู้เกาหลีและเทควันโดในปัจจุบัน ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแห่งชาติ

เทศกาล ขอบฟ้ากิมเจ (Gimje Horizon Festival)
     ตั้งอยู่ ณ ที่ราบอันกว้างใหญ่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดชลลาบุก-โด กิมเจถูกกล่าวขานว่าเป็นยุ้งฉางแห่งประเทศเกาหลี ณ ผืนดินที่มีธัญญาหารเหลือเฟือนี้ มีเขื่อนชลประทานบยอคกอลเจ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรแพ็กเจ (18 ปีก่อน ค.ศ. - ค.ศ. 660) ศูนย์แสดงนิทรรศการการชลประทานบยอคกอลเจ จัดแสดงมรดกตกทอดของประวัติศาสตร์แห่งการกสิกรรมของเกาหลีและการชลประทาน เทศกาลขอบฟ้ากิมเจให้ผู้มาเยือนได้รับโอกาส ซึ่งหาได้ยากในการลงแขกเกี่ยวข้าวในบริเวณรอบๆ เขื่อนชลประทานบยอคกอลเจ

     โปรแกรมที่สำคัญๆรวมถึงโปรแกรมหนึ่งวันในหมู่บ้านชาวนา การแข่งขันการปรุงอาหาร ทัวร์ทุ่งนาบนเกวียนเทียมและการทำหุ่นไล่กา การละเล่นอื่นๆที่รวมอยู่ด้วยอาทิ เช่น การแข่งชักกะเย่อ การแสดงดนตรีของช่างผู้เชี่ยวชาญทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และการแสดงพื้นบ้านอันเปี่ยมด้วยไมตรีจิต การแสดงสำคัญอื่นๆที่สะท้อนวัฒนธรรมการปลูกข้าวเช่น ปัญจกรีทา การแข่งขันมวยปล้ำ ซีรึม (Ssireum) และการแสดงการก่อกองฟางกลางแจ้ง ในบริเวณใกล้เคียงยังมีวัดคึมซานซา (Geumsansa) ซึ่งอายุ 1,400 ปีตั้งอยู่ วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงว่าเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธไมตรียา วัดมังแฮซา (Manghaesa Temple) ที่ดูน่าพรั่นพรึงตอนอาทิตย์อัสดงบนฝั่งทะเลเหลืองและท่าเรือซิมโป (Simpo Port) ซึ่งมีภัตตาคารปลาทอดตัวไปตามฝั่ง

เทศกาลกิมจิควางจู (Gwangju Kimchi Festival)
     กิมจิเป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ในทุกๆมื้อของชาวเกาหลี กิมจิมีชื่อเสียงไปทั่วโลกและไม่มีใครที่นึกถึงชาวเกาหลีโดยไม่นึกถึงกิมจิ รสชาดของมันต่างกันออกไปตามภูมิภาคหรือประเพณีการทำของแต่ละบ้าน ขึ้นอยู่กับความหลายหลากของวัตถุดิบที่ใช้และเครื่องปรุง จากบรรดากิมจิที่มีอยู่หลากหลายนั้น โดยเฉพาะของเขตโฮนัม (Honam) (ในจังหวัด ชลลาบุก-โดและชลลานัม-โด) ถูกมองว่าเป็นกิมจิรสชาดดีที่สุด เทศกาลกิมจิควางจู ที่พิธภัณฑ์ชุมชนพื้นบ้านควางจู จะแสดงกิมจิที่มีประมาณ 130 สูตรปรุงโดยมืออาชีพทั่วเกาหลี ผู้มาเยือนจะได้ดูขั้นตอนการทำกิมจิ หรือมีส่วนในการทำ พิพิธภัณฑ์ยังมีนิทรรศการสิ่งของเกี่ยวกับกิมจิอีกด้วยเช่นบรรจุภัณฑ์ต่างๆที่ใช้บรรจุกิมจิ

     เครื่องปรุงรสต่างๆ ปลาดอง และอาหารทะเลอื่นๆ (เรียกว่า ช๊ทกัล (Jeotgal) หนึ่งในส่วนประกอบหลัก) อาหารที่ใช้กิมจิในการปรุง และการอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ต่างๆ จะบรรยายสรรพคุณต่อสุขภาพของกิมจิ การเข้าร่วมในการปรุงอาหารและการทำกิมจิจะเป็นประสบการณ์ที่มิอาจลืมเลือน

เทศกาลข้าวใหม่อีชอน (Icheon New Rice Festival)
     เทศกาลข้าวใหม่อีชอนเป็นเทศกาลที่เปลี่ยนแปลงเป็นเทศกาลท่องเที่ยวแห่งชาติซึ่งใช้ชื่อต่างๆ เช่นข้าวซึ่งเป็นสัญลักษณ์อีชอนและฤดูเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นไฮไลท์ของวัฒนธรรมการแห่งการเกษตร ระหว่างเทศกาลชาวนาที่ทำงานในทุ่งนาข้าว และชาวเมืองที่ทิ้งชีวิตคนเมืองเพื่อการพักผ่อนจะรวมตัวกัน เพื่อจัดงานฉลองการเก็บเกี่ยวที่ได้ผล

     เทศกาลมีการแสดงในส่วน มาดัง อันหลากหลาย เป็นช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงที่ผู้คนจะหว่าน และเก็บเกี่ยวผลิตผลกัน ในส่วนของตลาดกลางแจ้งชนบท เป็นส่วนที่ชาวนาจะขายผลิตผลที่เก็บเกี่ยวได้ ส่วนวัฒนธรรมฟางซึ่งผู้มาเยือนจะได้รับประสบการณ์ในวัฒนธรรมการเกษตรในชนบท ส่วนวัฒนธรรมข้าวซึ่งแสดงทุกสิ่งเกี่ยวกับข้าว และส่วนการละเล่นภาคสนามเรียกว่า เกียบังนอรี (geobungnori) ( การแสดงหมู่ที่แสดงถึงเต่าตัวหนึ่งอันเป็นจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์แห่งอิชอน) และปุงมุลลอริ (เพลงชาวนาโบราณ)

     การแสดงที่สำคัญรวมถึงการทำหัตถกรรมด้วยฟาง การทำอินชอลมิ (injeolmi) (ขนมข้าวเหนียว) การตำข้าว กังกัง ซุโวลแล (ganggang suwollae) (การเต้นรำเป็นวงกลม) ซามุลลอริ (samullori) (วงควอเต็ตเครื่องเคาะจังหวะพื้นบ้าน) การเล่นว่าว การทำรองเท้าฟาง การแข่งขันพื้นบ้าน การแข่งขันปรุงอาหารจากข้าว และอื่นๆ

เทศกาลโคม ชินจู นัมกัง (Jinju Namgang Lantern Festival)
     ประเพณีการลอยโคมในแม่น้ำนัมกังในชินจูย้อนวันเวลาไปยังการรุกรานเกาหลีโดยญี่ปุ่นใน 1592 ในเดือนตุลาคมปี 1592 ช่วงระหว่างสงครามระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นรอบๆ ป้อมชินจูซองนั้นชาวชินจูได้ปล่อยโคมขึ้นบนท้องฟ้า เหมือนกับเป็นสัญญาณทางทหาร และเครื่องมือในการสื่อสารกับทหารภายนอกป้อม ในขณะที่โคมลอยก็ได้จุดไปตามแม่น้ำนัมกัง

     เทศกาลโคมชินจู นัมกัง ได้จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2000 โดยขยาย และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากประเพณีการลอยโคม ซึ่งปฏิบัติมาทุกปีตั้งแต่ปี 1949 ผู้มาเยือนจะได้ชมการแสดงต่างๆอันหลากหลาย อาทิ โคมอธิษฐานรูปเฉลียงชกซองนู (Chokseongnu Pavilion-shaped wishing lanterns) เทศกาลโคมโลก และดอกไม้ไฟริมฝั่งน้ำเป็นการแสดงรายวันในเทศกาล

     การแสดงที่สำคัญรวมถึงนิทรรศการโคมโลก การแขนโคมอธิษฐาน การลอยโคม การประดิษฐ์โคม การจุดดอกไม้ไฟริมฝั่งน้ำ การปล่อยโคมและอื่นๆ

เทศกาลโสมปุงกี (Punggi Ginseng Festival)
     จากการอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ ซัมฮุคซากิ (Samhuksagi) จดหมายเหตุแห่งสามก๊ก รากโสมจำนวน 200 รากได้ถูกผลิตขึ้นในบริเวณปุงกีเพื่อถวายให้แก่จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ถังของจีนในปี 734 จู เซ-บุง (Ju Se-bung)
ปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงแห่งราชวงศ์โชซอนได้รับมอบหมายให้สำรวจสภาพอากาศ และดินที่เหมาะสมทั่วประเทศเพื่อปลูกโสมป่า

     ในปี 1541 เมื่อจู เซ-บุงได้รับตำแหน่งผู้ว่าเมืองปุงกี เขาพบว่าพื้นที่เขตปุงกีเป็นสถานที่ในอุดมคติ และเริ่มการเพาะปลูก ตั้งแต่นั้นมาปุงกีได้รับชื่อเสียง ว่าเป็นต้นกำเนิดการปลูกโสม และราชนิกูลของราชวงศ์โชซอนก็ชื่นชอบโสมของปุงกี โสมของปุงกีมีเนื้อกรอบ และมีรสร้อนแรงและมีสารบำรุงสุขภาพซาโปนินสูง

     ที่เทศกาลโสมปุงกี ผู้มาเยือนจะมีส่วนในการสวดภาวนาเพื่อการเพาะปลูกโสมให้ได้ผลดี การแข่งขันประกวดโสมที่ดีที่สุดในประเทศ การประกวดการปรุงโสม การแสดงการอวยพร และการปลูกโสม มีโสมจำหน่ายในราคาลดพิเศษ สถานที่ใกล้เคียงที่นี่คือ โซซู โซวอน (Sosu Seowon) สถาบันการศึกษาที่รัฐให้การอนุเคราะห์แห่งแรกในยุคโชซอนและวัดพูซกซา (Buseoksa Temple) วัดที่เก่าแก่ที่สุดของลัทธิ Avatamska ในเกาหลี

เทศกาลภาพยนต์นานาชาติที่พูซาน (PIFF) (Pusan International Film Festival)
     ตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1996 มานั้นเทศกาลภาพยนต์นานาชาติที่พูซาน (PIFF) ก็ได้จัดขึ้นทุกปีซึ่งให้โอกาสแก่บรรดาคอหนังในการเข้าร่วมชมภาพยนต์นานาชาติที่มีชื่อในด้านต่างๆ ถึงแม้ว่าจะเพิ่งจัดขึ้นไม่นาน ทว่าเทศกาลนี้ได้กลับกลายเป็นหนึ่งในเทศกาลภาพยนต์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย ซึ่งคับคั่งไปด้วยผู้สร้างหนัง นักแสดง นักวิจารณ์ แฟนหนัง และผู้ชมจำนวนมาก

     โดยที่เทศกาลภาพยนต์นี้ จะเน้นหนักไปในด้านภาพยนต์จากเอเชีย แต่ก็มีภาพยนต์จากทั่วโลกรวมทั้งจากทางอเมริกาเหนือ และยุโรปฉายด้วย ทำให้บรรดาคอหนังได้รับมุมมองโดยรวมของกระแส

     มีการฉายภาพยนต์ในโรงภาพยนต์จำนวนมากที่ถนนนัมโป-ดอง (Nampo-dong) ที่หอภาพยนต์ในมิลลัก-ดอง (Millak-dong) และภาพยนต์จอยักษ์กลางแจ้งที่ซูยองมันเบย์ (Suyeongman Bay)

เทศกาลหนังจินตนาการนานาชาติพูชอน (PiFan) (Puchon International Fantastic Film Festival )
     PiFan เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นสำหรับภาพยนต์ที่ไม่อยู่ในกระแสการผลิต เป็นทางเลือกหนึ่งของภาพยนต์เชิงพาณิชย์
ภาพยนต์ซึ่งเกี่ยวกับจินตนาการและโลกแห่งอนาคตได้เป็นส่วนสำคัญของงานในทุกๆปี PiFan ได้เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่จะแนะนำภาพยนต์ แนวแฟนตาซีจากนานาชาติให้แก่คอหนังชาวเกาหลี รวมทั้งเป็นสื่อในการแนะนำหนังเกาหลีแก่นักวิจารณ์ต่างประเทศ เทศกาลยังได้มีการส่งเสริมการผลิตภาพยนต์แนวแฟนตาซีในเกาหลีและช่วยในการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ

เวลาเกาหลีขณะนี้



อุณหภูมิเกาหลีขณะนี้


ข้อมูลท่องเที่ยวเกาหลี

ข้อมูลทั่วไป
ประวัติศาสตร์เกาหลี
เทศกาลและงานประเพณี
ระเบียบการเข้าเมือง
ปลั๊กและกระแสไฟฟ้า
ภาษาเกาหลีที่ควรรู้
แผนที่ประเทศเกาหลี
สถานทูตเกาหลี
พระราชวังเคียงบก
พระราชวังด๊อกซูกุง
พระราชวังชางด๊อกกุง
พระราชวังชางเคียงกุง
หมู่บ้านนัมซานฮันอก
เกาะนามิ

โปรแกรมทัวร์เกาหลี


บริษัท ช้างน้อย ฮอลิเดย์ จำกัด

23/328   ซ.นวมินทร์ 68   คลองกุ่ม   บึงกุ่ม    กทม.  10240
โทรศัพท์ 02 056 7499 E-mail :
changnoi-holiday@hotmail.com Facebook :
ChangnoiHoliday
Copyright © 2552 Changnoi Holiday Co., Ltd. All rights reserved. Powered by Lakkai Cyber

ริการจัดนำเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ ทุกที่ ที่คุณอยากไป ในราคาที่คุณกำหนดได้
ทัวร์ตะรุเตา ทัวร์ลาวใต้ ทัวร์หลวงพระบาง ทัวร์อินเดีย ทัวร์ฮานอย ทัวร์ทีลอซู ทัวร์สิบสองปันนา ทัวร์เยอรมัน ทัวร์ยี่เป็ง ทัวร์น่าน ทัวร์กระบี่ ทัวร์สิมิลัน ทัวร์สเปน ทัวร์กุ้ยหลิน ทัวร์จางเจียเจี้ย ทัวร์ฝรั่งเศส ทัวร์อังกฤษ ทัวร์ฮังการี ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ทัวร์ซีอาน ทัวร์ไต้หวัน ทัวร์ฮอกไกโด รับทำวีซ่า ทัวร์ภูกระดึง ทัวร์ลี่เจียง รับทำวีซ่าจีน ทัวร์พม่า ทัวร์อิตาลี ทัวร์สวิส ทัวร์เวียดนาม