เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เกาะต่างๆ ในประเทศไทย
เทศกาลและงานประเพณี
พระธาตุประจำปีเกิด
แผนที่ประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
อุทยานประวัติศาสตร์
วนอุทยาน
Unseen in Thailand
กัมพูชา ลาว เวียดนาม พม่า
มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์
จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกงไต้หวัน
ตุรกี อินเดีย เนปาล ภูฏาน
คุยกันสดๆ
E-mail : info@changnoi-holiday.com
Hot line : 08 4451 5599
09.00 น. - 17.00 น.




หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-passport) คืออะไร?
คือ หนังสือเดินทางที่มีคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค (Technical Specifications) ตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งแตกต่างจาก หนังสือเดินทางแบบเดิม ดังนี้

  • มีการบันทึกข้อมูลชีวภาพ (biometric data) ได้แก่ ลายนิ้วมือ รูปใบหน้า ไว้ใน Contactless Integrated Circuit ซึ่งฝังอยู่ในเล่มหนังสือเดินทาง
  • สามารถอ่านได้ด้วยเครื่อง Automatic Gate ณ จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ โดยมีการตรวจพิสูจน์โดยอัตโนมัติเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในหนังสือเดินทางกับผู้ถือหนังสือเดินทาง (1: 1)

หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ดีกว่าหนังสือเดินทางแบบเดิมอย่างไร

  1. สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้สูง เป็นมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ การลักลอบเข้าเมือง ฯลฯ
  2. สามารถตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลได้แม่นยำและรวดเร็ว อำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง การเข้าเมือง และส่งเสริมการท่องเที่ยว
  3. เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้หนังสือเดินทางไทยมีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับสากลยิ่งขึ้น ส่งผลต่อเนื่องทางบวกด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ
หลักฐานการขอมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบุคคลทั่วไป

บัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก

การยื่นคำร้อง

การยื่นคำร้อง ผู้ร้องต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการบันทึกข้อมูลชีวภาพ (ถ่ายภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ) โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. รับบัตรคิว
  2. พบเจ้าหน้าที่เพื่อวัดส่วนสูงเก็บข้อมูลชีวภาพ ถ่ายรูปและเก็บลายพิมพ์นิ้วมือด้วยเครื่องสแกนเนอร์ นิ้วชี้ขวาและซ้ายข้างละ 2 ครั้ง
  3. ลงชื่อในใบคำร้อง
  4. ชำระเงินค่าธรรมเนียม
  5. รับใบเสร็จรับเงินและใบนัดจ่ายเล่ม

ค่าธรรมเนียม

กระทรวงการต่างประเทศยังคงคิดค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เท่าหนังสือเดินทางที่ใช้ในปัจจุบัน คือ ราคาเล่มละ 1,000 บาทและมีอายุใช้งาน 5 ปี เช่นเดียวกับหนังสือเดินทางปัจจุบันแต่ได้เพิ่มหน้าจากเดิม 32 หน้าเป็น 50 หน้า

การต่ออายุหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์

  • เพื่อให้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มีประสิทธิภาพการใช้งานได้สูงสุด จึงกำหนดให้หนังสือเดินทางชนิดนี้มีอายุ ใช้งาน 5 ปี
  • หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จะไม่มีการต่ออายุ แต่จะออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่แทนเล่มเดิม
  • ไม่อนุญาตให้ลงบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อความใด ๆ (เช่นการขอเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล) ของผู้ถือหนังสือเดินทางลงในเล่มหนังสือเดินทาง เพื่อป้องกันปัญหาการขาดความน่าเชื่อถือของข้อมูลตัวบุคคลที่บันทึกไว้ในหน้าหนังสือเดินทาง ซึ่งอาจขัดแย้งกับข้อมูลที่บันทึกไว้แล้วในไมโครชิพ ดังนั้นหากแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้วต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่

การเพิ่มหน้าประทับตรวจลงตรา(visa) ในเล่มหนังสือเดินทาง

ผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ เข้า-ออกราชอาณาจักรบ่อยครั้ง ทำให้หน้าวีซ่าหมดก่อนอายุของหนังสือเดินทาง ซึ่งในระบบเดิมสามารถเพิ่มหน้าวีซ่าได้ สำหรับหนังสือเดินทางระบบใหม่ ผู้ถือหนังสือเดินทางฯ ไม่สามารถยื่นคำร้องขอเพิ่มหน้าได้ ทั้งนี้ เนื่องจาก

  1. สถานทูตสถานกงสุลของต่างประเทศหลายแห่งปฏิเสธการตรวจลงตราบนใบเพิ่มหน้า เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่ได้มาตรฐานสากลและง่ายต่อการปลอมแปลง
  2. ใบเพิ่มหน้าก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในการค้นหาตราประทับการตรวจลงตรา และเห็นว่า ควรยกเลิกการใช้ใบเพิ่มหน้าเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
  3. หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องอ่านด้วยเครื่องอ่าน (reader) หากมีการเพิ่มหน้าในหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ จะทำให้เล่มมีความหนามากกว่าช่องวางหนังสือเดินทางที่ติดตั้ง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองในต่างประเทศ การไม่สามารถวางหนังสือเดินทางบนเครื่องอ่าน จะทำให้การอ่านข้อมูลในไมโครชิพมีปัญหาจะทำให้ผู้ถือจะไม่ได้รับความสะดวกในการเข้าเมือง

ระยะเวลาเริ่มใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์

กำหนดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้

  • ระยะแรก (26 พฤษภาคม 2548) เปิดให้บริการหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ประเภททูตและราชการ ที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ
  • 1 มิถุนายน 2548 เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์โครงการนำร่องสำหรับประชาชนวันละประมาณ 100 เล่ม ที่กรมการกงสุล อาคารถนนแจ้งวัฒนะ เพียงแห่งเดียว โดยประชาชนสามารถยื่นคำขอหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่อไปจนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2548 สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถใช้ต่อไปได้จนกว่าจะหมดอายุ
  • ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2548 เป็นต้นไป เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกแห่ง ทั้งที่กรมการกงสุล สำนักงานสาขาทั้งในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้า บางนา) ต่างจังหวัด (ขอนแก่น เชียงใหม่ และหาดใหญ่) และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลไทยในต่างประเทศทั้ง 86 แห่ง ทั่วโลก

การรับเล่ม

  1. ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการภายหลังจากวันยื่นคำร้อง
  2. โดยที่กระทรวงฯได้ติดตั้งเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จำลองเพื่อผู้ร้องสามารถทดสอบการผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานโดยอัตโนมัติไว้ 1 เครื่อง ที่กรมการกงสุล ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มารับเล่มด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ถือหนังสือเดินทางมีความคุ้นเคย กับการใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ
  3. ในกรณีจำเป็น อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทน/อาจร้องขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ

ท่านจะได้รับหนังสือเดินทาง ดังนี้

  • หากยื่นที่กรมการกงสุล ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ
  • หากยื่นที่สำนักงานสาขาในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้าและบางนา) ผู้ร้องจะได้รับเล่มภายใน 2 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ
  • กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานสาขาในต่างจังหวัดและขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ผู้ร้อง (ในเขตเมือง) จะได้รับหนังสือเดินทางภายใน 5 วันทำการ
  • คำแนะนำ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตั้งเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติจำลองที่กรมการกงสุล 1 เครื่อง เพื่อให้ผู้ร้องทดสอบการผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานโดยเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอีเล็กทรอนิกส์ จึงใคร่ขอแนะนำให้ผู้ขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มารับเล่มด้วยตนเองทดสอบการใช้งาน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ
  • ในกรณีจำเป็น ไม่สามารถมารับเล่มด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนหรือแจ้งความประสงค์ขอรับเล่มทางไปรษณีย์ด่วน ลงทะเบียน (EMS)

แนวทางปฏิบัติ การรับเล่มหนังสือเดินทาง
1. กรณีต้องนำเอกสารมาแสดงเพิ่มเติมในวันรับเล่ม เอกสารที่ตำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับ (พร้อมสำเนา)
2. นำหนังสือเดินทางเล่มเดิมมายกเลิก เพื่อรับหนังสือเดินทางฉบับใหม่
3. หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับหนังสือเดินทางแทน ให้กรอกข้อความการมอบอำนาจใน ใบรับหนังสือเดินทาง พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอหนังสือเดินทางและของผู้รับแทน
*** เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาอ่านวิธีการรับหนังสือเดินทางใน ใบรับหนังสือเดินทาง

บุคคลบรรลุนิติภาวะ

  • เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของบุคคลบรรลุนิติภาวะ
    • บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งาน หรือ บัตรข้าราชการ หรือ บัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับจริง (ในกรณีที่เป็นบัตรข้าราชการให้นำสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย)
    • หากมีรายการแก้ไขชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ฯลฯ ซึ่งไม่ตรงกับบัตรประชาชนให้นำหลักฐานการแก้ไขที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย หากมีรายการแก้ไขชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ฯลฯ ซึ่งไม่ตรงกับบัตรประชาชนให้นำหลักฐานการแก้ไขที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย ทั้งนี้ เอกสารที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น
  • ค่าธรรมเนียม
    • การทำหนังสือเดินทางใหม่เสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี

ระเบียบการขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี
ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องนำสูติบัตรฉบับจริงมาแสดง หากเป็นสำเนาต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจาก อำเภอ/เขตหรือหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น พร้อมบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจปกครอง หากบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทนได้ โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ พร้อมทั้งบัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดาและ/หรือผู้มีอำนาจปกครองฉบับจริงมาแสดง ทั้งนี้หนังสือมอบอำนาจและหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศต้องเป็นเอกสารที่อำเภอ/เขตออกให้

  • เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี
    • สูติบัตรฉบับจริง หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากอำเภอ/เขตหรือหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น
    • บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งานของบิดา มารดา หรือผู้มีอำนาจปกครองฉบับจริง หรือ บัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย หากชื่อ นามสกุลของบิดา มารดาในสูติบัตรไม่ตรงกับชื่อ นามสกุลของบิดา มารดาในบัตรประจำตัวประชาชน ให้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุลที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วย
    • ในกรณีที่มารดาหย่า และจดทะเบียนสมรสใหม่ และใช้นามสกุลใหม่ตามสามีให้นำหลักฐานการหย่าและการจดทะเบียนสมรสที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วย
    • ในกรณีที่บิดา/มารดาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในการยื่นคำร้อง ต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตและอำเภอออกให้ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดา มารดาที่ไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่
    • เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น(ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องจากเขตหรืออำเภอ) อาทิ หลักฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เอกสารหลักฐานการรับรอง บุตรหรือรับบุตรบุญธรรม บันทึกการหย่า ซึ่งมีข้อความระบุให้บุตรอยู่ในความดูแลของบิดา หรือมารดา เป็นต้น
    • กรณีบิดา/มารดาผู้เยาว์เสียชีวิต บิดาหรือมารดาผู้เยาว์เป็นชาวต่างชาติมิได้จดทะเบียนสมรส และไม่สามารถตามหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาให้ความยินยอมได้ หรือกรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสแต่บุตรอยู่ในความดูแลของบิดาฝ่ายเดียวมาโดยตลอด และไม่สามารถตามหามารดามาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ ให้นำคำสั่งศาลซึ่งระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครอง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน(ฉบับจริง)ของผู้มีอำนาจปกครองมาแสดง
  • ค่าธรรมเนียม
    • การทำหนังสือเดินทางใหม่เสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

ผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์

ระเบียบการขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ครบ 20 ปี บริบูรณ์
ผู้เยาว์ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ที่ทำบัตรประชาชนแล้วสามารถติดต่อขอทำหนังสือเดินทางด้วยตนเอง โดยต้องมีหนังสือยินยอมของบิดาและมารดา หรือ ผู้มีอำนาจปกครองที่ยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง หากไม่มีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง ให้บิดาและมารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำร้อง พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) หากบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองไม่สามารถมาลงนามในวันยื่นคำร้อง ให้มาลงนามในวันรับเล่ม หากในวันรับเล่มไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ ต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาแสดง

โปรดทราบ เพื่อความสะดวกในวันรับเล่ม บิดามารดาหรือผู้ปกครองควรมาลงนามในวันยื่นคำร้อง เพราะการมาลงนามในวันรับเล่ม นอกจากท่านจะไม่สามารถขอรับเล่มทางไปรษณีย์แล้ว ท่านจะต้องเสียเวลารอการบันทึกเอกสารลงในระบบอีกด้วย

  • เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของผู้เยาว์ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์
    • บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งาน(ฉบับจริง) หรือ บัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวง มหาดไทย
    • หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครองพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    • เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น(ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องจากเขตหรืออำเภอ) อาทิ หลักฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เอกสารหลักฐานการรับรองบุตรหรือรับบุตรบุญธรรมใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ทะเบียนบ้าน คำสั่งศาลกรณีระบุผู้มีอำนาจปกครองแทนบิดามารดา เป็นต้น
  • ค่าธรรมเนียม
    • การทำหนังสือเดินทางเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

ความหมายของผู้มีอำนาจปกครอง

  • กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนสมรส บิดาและมารดาต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในคำร้องขอหนังสือเดินทาง หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สะดวกมาลงนามในวันที่ผู้เยาว์ยื่นคำร้อง ให้มาลงนามในวันรับเล่มได้ หรือมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดามารดาที่มีอายุใช้งาน
  • กรณีที่ผู้มีอำนาจปกครองอยู่ต่างประเทศ ให้ทำหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ ผ่านสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่พำนักอยู่
  • หากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้ปกครองไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองและประสงค์จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ โดยหนังสือทั้ง 2 ฉบับ ต้องผ่านการรับรองจาก เขต/อำเภอ หรือ สถานทูต/สถานกงสุล
  • กรณีบิดามารดาจดทะเบียนหย่า ให้ผู้มีอำนาจปกครองผู้เยาว์ตามที่ระบุในบันทึกการหย่าเป็นผู้ลงนามพร้อมแสดงทะเบียนหย่า และบันทึกการหย่า(ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
  • ผู้เยาว์ที่เกิดจากบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดา มารดาสามารถลงนามได้ฝ่ายเดียว โดยให้นำบันทึกคำให้การ(ป.ค.14)จากอำเภอ/เขตยืนยันว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรส มาแสดงพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนที่มีอายุใช้งานที่ระบุคำนำหน้าเป็น “นางสาว” ต่อเจ้าหน้าที่รับคำร้อง
  • ผู้เยาว์ที่เกิดจากมารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ใช้คำนำหน้า “นาง” สามารถลงนามได้ฝ่ายเดียว โดยให้นำหนังสือรับรองการอุปการะบุตรแต่เพียงผู้เดียว(ป.ค.14)จากอำเภอ/เขต มาแสดง
  • ผู้เยาว์ที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดา มารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอม บิดาไม่สามารถลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว เว้นแต่ว่ามีคำสั่งศาลมาแสดงว่าศาลให้บิดาเป็นผู้อุปการะผู้เยาว์แต่ผู้เดียว ทั้งนี้ คำสั่งศาลต้องเป็นเอกสารที่ศาลได้รับรองสำเนาถูกต้อง
  • บิดามารดายกผู้เยาว์ให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น ไม่สามารถลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ แทนบิดามารดาบุญธรรม ต้องให้บิดา มารดาบุญธรรมเป็นผู้ลงนาม
  • เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทางต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานที่ออกเอกสารดังกล่าวเท่านั้น

ข้อควรปฏิบัติในวันมายื่นคำร้อง

  • กรณีผู้เยาว์ บิดาและมารดา ทั้งสองฝ่าย หรือผู้มีอำนาจปกครองต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทาง
  • หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สะดวกมาลงนามในวันที่ผู้เยาว์ยื่นคำร้อง แม้จะได้รับการอนุโลมให้มาลงนามในวันรับเล่มแต่ก็จะไม่ได้รับความสะดวกในวันรับเล่ม เพราะต้องเสียเวลารอการบันทึกข้อมูลเอกสารในระบบและไม่สามารถใช้บริการรับเล่มทางไปรษณีย์ ดังนั้น จึงควรมายื่นคำร้องในวันที่บิดาและมารดา ทั้งสองฝ่ายพร้อมและสามารถมาลงนามได้
  • หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ ต้องเป็นเอกสารที่อำเภอ/เขต หรือเขตออกให้
  • บัตรประจำตัวประชาชนที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับและยังมีอายุใช้งาน
  • เอกสารประกอบอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ทะบียนสมรส ทะเบียนหย่า ทะเบียนรับบุตรบุญธรรมฯลฯ ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากเขต/อำเภอ หรือหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น
  • ควรตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน หากนำเอกสารมาแสดงในวันยื่นคำร้องไม่ครบถ้วน แม้จะได้รับการอนุโลมให้นำมาแสดงเพิ่มเติมในวันรับเล่ม แต่จะทำให้การรับเล่มล่าช้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการบันทึกข้อมูลเอกสารที่นำมาแสดงเพิ่มเติมลงในระบบให้ครบถ้วน

หนังสือเดินทางทูต

ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 6 กำหนดให้ออกหนังสือเดินทางทูตแก่บุคคลดังต่อไปนี้

  1. พระบรมวงศ์และพระนัดดาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  2. พระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าและคู่สมรส
  3. พระราชวงศ์และบุคคลสำคัญที่ราชเลขาธิการขอไปเป็นกรณีพิเศษ
  4. ประธานองคมนตรี และองคมนตรี
  5. นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี
  6. ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา
  7. ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา และประธานศาลอุธรณ์
  8. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด
  9. อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ
  10. ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารเหล่าทัพ
  11. ข้าราชการที่มีตำแหน่งทางการทูต ซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ
  12. ข้าราชการที่มีตำแหน่งทางการทูต ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ ณ ส่วนราชการในต่างประเทศ คู่สมรส และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งอยู่ในความดูแลของบิดามารดาในประเทศที่ประจำ
    อยู่หรือทำการศึกษาอยู่ในประเทศอื่น แต่บุตรจะต้องอายุไม่เกิน 25 ปี
  13. คู่สมรสที่ร่วมเดินทางไปกับบุคคลดังกล่าวในข้อ (2) ถึงข้อ (8)
  14. บุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการหรือภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศ
    หรือภายใต้สถานการณ์พิเศษที่มีความจำเป็น หรือเกี่ยวกับการเผยแพร่ชื่อเสียง
    เกียรติคุณของประเทศ หรืออดีตเอกอัครราชทูต หรือในกรณีที่เห็นสมควร ให้ปลัด กระทรวงการต่างประเทศหรือผู้ที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศมอบหมาย มีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติ ให้ออกหนังสือเดินทางทูตได้
หนังสือเดินทางทูตมีอายุไม่เกิน 5 ปี (ไม่สามารถต่ออายุ) หรือเมื่อเสร็จภารกิจหรือผู้ถือขาดคุณสมบัติที่จะถือ หนังสือเดินทางทูต ให้ส่งหนังสือเดินทางทูตนั้นแก่กระทรวงการต่างประเทศ

เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางทูต

ผู้ร้องต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเองเพื่อบันทึกข้อมูลชีวภาพ ได้แก่ ภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ เพื่อนำไปบันทึกลงในไมโครชิพที่ฝังในหนังสือเดินทาง

  • กรณีเดินทางไปราชการ
    • หนังสือนำจากหน่วยราชการต้นสังกัดลงนามโดยปลัดกระทรวงหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งขอให้กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือเดินทาง โดยแจ้งการอนุมัติให้เดินทางไปราชการ ณ ประเทศใด พร้อมระบุวัตถุประสงค์และกำหนดการเดินทาง
    • สำเนาบันทึกอนุมัติตัวบุคคลให้เดินทางไปราชการต่างประเทศ โดยมีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเดินทางไปราชการต่างประเทศ
    • บัตรประจำตัวข้าราชการที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน

  • กรณีไปประจำการต่างประเทศ
    • หนังสือนำจากหน่วยราชการต้นสังกัดลงนามโดยปลัดกระทรวงหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
    • บันทึกจากกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (กพร.) กระทรวงการต่างประเทศ ถึงผู้อำนวยการกองหนังสือเดินทางขอความอนุเคราะห์ให้ออกหนังสือเดินทางแจ้งการเดินทางไปรับตำแหน่งทางการทูตพร้อมครอบครัว และรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การเดินทางไปแทนบุคคลซึ่งครบวาระประจำการ เป็นต้น
    • สำเนาบัตรข้าราชการที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีคู่สมรสเป็นข้าราชการจะต้องมีใบลาอนุมัติให้ลาติดตามสามีแนบด้วย

หนังสือเดินทางราชการ

ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 ข้อ 9 กำหนดให้ออกหนังสือเดินทางราชการแก่บุคคลดังต่อไปนี้

  1. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่จัดตั้งตามรัฐธรรมนูญ และสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ
  2. ข้าราชการซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ ณ สถานเอกอัครราชทูตหรืสถานกงสุลไทย หรือ ในคณะทูตถาวรประจำองค์การระหว่างประเทศในตำแหน่งอื่นที่มิใช่ตำแหน่งทางการทูต รวมทั้ง คู่สมรส และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งอยู่ในความดูแลของบิดามารดาที่ประจำอยู่ หรือทำการศึกษาอยู่ในประเทศอื่น แต่บุตรต้องอายุไม่เกิน 25 ปี
  3. บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ไปราชการต่างประเทศ
  4. บุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการหรือในกรณีที่เห็นสมควรเป็นพิเศษ หรือ เกี่ยวกับการเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของประเทศ ให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศหรือที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศมอบหมาย มีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติให้ออกหนังสือเดินทางได้

หนังสือเดินทางราชการมีอายุไม่เกิน5 ปี หรือเมื่อเสร็จภารกิจหรือผู้ถือขาดคุณสมบัติที่จะถือหนังสือดินทางราชการ ให้ส่งหนังสือเดินทางราชการนั้นแก่กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้ผู้ถือหนังสือเดินทางราชการจะนำไปใช้ในการเดินทางส่วนตัวไม่ได้

เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางราชการ

ผู้ยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทาง ต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง เนื่องจากต้องเก็บข้อมูลชีวภาพของผู้ถือหนังสือเดินทาง ได้แก่ ภาพใบหน้า และลายพิมพ์นิ้วมือ เพื่อนำไปบันทึกลงในไมโครชิพที่ฝังในหนังสือเดินทาง

  • เอกสารที่ต้องเตรียมมาในวันยื่นคำร้อง
    • หนังสือนำจากต้นสังกัดระดับปลัดกระทรวง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ออกหนังสือเดินทาง โดยแจ้งการอนุมัติให้ผู้ยื่นคำร้องเดินทางไปราชการ ให้ระบุประเทศ กำหนดวันเวลาที่จะเดินทาง
    • สำเนาบันทึกหรือสำเนาคำสั่งที่อนุมัติตัวบุคคลให้เดินทางไปราชการ แสดงรายละเอียดการเบิกค่าใช้จ่ายได้ตามสิทธิซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ(ประกอบด้วย ค่าเบี้ยเลี้ยง, ค่าที่พัก, ค่าพาหนะเดินทาง ฯลฯ) กรณีที่ได้รับทุนสนับสนุนจากที่อื่น เช่น จากต่างประเทศ หรือหน่วยงานในประเทศ ขอเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบ
    • สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ และบัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • กรณีเป็นพนักงานของรัฐ หรือ พนักงานมหาวิทยาลัย โปรดนำหลักฐานแสดงระยะเวลาการปฏิบัติงานกับต้นสังกัด เช่น สัญญาการจ้างมาแสดง เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดอายุการใช้งานของหนังสือเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียม
    • ในการขอหนังสือเดินทางราชการ 1,000 บาท สามารถนำใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานเบิกคืนจากหน่วยงานต้นสังกัด

การขอหนังสือนำไปขอรับการตรวจลงตรา (VISA)

กรณีขอหนังสือเดินทางราชการพร้อมหนังสือนำเพื่อการตรวจลงตรากับสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลต่างประเทศในไทย จะต้องถ่ายสำเนาหน้าหนังสือนำที่มีถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศมาด้วย 1 ชุด

หนังสือเดินทางพระ

เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินทางพระภิกษุสามเณร

  • เอกสารแสดงการได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ ตามนัยระเบียบมหาเถรสมาคม ว่า ด้วยวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (หนังสืออนุมัติจาก ศ.ต.ภ.)
  • ใบสุทธิพระภิกษุสามเณร
  • สำเนาทะเบียนบ้าน/วัด
  • สำเนาใบตราตั้ง กรณีประสงค์ให้ระบุสมณศักดิ์ในหนังสือเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียม
    • การทำหนังสือเดินทางเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

หนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์

เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์

  • หนังสือรับรองจากสำนักจุฬาราชมนตรีหรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับรองการไปประกอบพิธีฮัจญ์
  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย
  • ถ้าผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์เป็นผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้ยึดระเบียบการทำหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ ผู้เยาว์ที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปี แล้วแต่กรณี
  • ค่าธรรมเนียม
    • การทำหนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ มีค่าธรรมเนียม 400 บาท และหนังสือเดินทางมี อายุ 2 ปี


สถานที่ในการยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทาง

กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
- ที่อยู่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
- โทรศัพท์ 0-2981-7171-99 โทรสาร 0-2981-7256

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา
- ที่อยู่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลซิตี้บางนา อาคาร "บางนาฮอลล์"(ด้านข้างศูนย์การค้า) ชั้น B1
- โทรศัพท์ 0-2383-8401-3 โทรสาร 0-2383-8398

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปิ่นเกล้า
- ที่อยู่ อาคารธนาลงกรณ์ทาวเวอร์(ชั้นใต้ดิน) แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. 10700
- โทรศัพท์ 0-2446-8111-2 โทรสาร 0-2446-8118-9

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดขอนแก่น
- ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น ถนนศูนย์ราชการ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
- โทรศัพท์ 0-4324-2707, 0-4324-3462, 0-4324-2655 โทรสาร 0-4324-3441

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดเชียงใหม่
- ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000
- โทรศัพท์ 0-5389-1535-6 โทรสาร 0-5389-1534

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดสงขลา
- ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จ.สงขลา 90000
- โทรศัพท์ 074-326508-10 โทรสาร 074-326511

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดอุบลราชธานี
- ที่อยู่ อาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
- โทรศัพท์ 045-242313-4 โทรสาร 045-242301
- E-mail : passport_ub@hotmail.com

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดสุราษฎร์ธานี
- ที่อยู่ ศาลาประชาคม ถนนหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
- โทรศัพท์ 077-274940, 077-274942-3 โทรสาร 077-274941

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดนครราชสีมา
- ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ถนนมหาดไทย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
- โทร 044-243-132, 044-243-124 โทรสาร 044-243-133

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดอุดรธานี
- ที่อยู่ ศูนย์อเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี(ตรงข้ามกับศาลหลักเมือง) ถนนอธิบดี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
- โทร 042-212827, 042-212-318 โทรสาร 042-222-810

สำนักงานหนังสือเดินทางชัวคราว จังหวัดพิษณุโลก
- ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ถนนเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
- โทร 055-258-173, 055-258-155, 055-258-131, โทรสาร 055-258-117

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดยะลา
- ที่อยู่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ถนนสุขยางค์ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000
- หมายเลขโทรศัพท์ 073-274-526, 073-274-036, 073-274-037 โทรสาร 073-274-527

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ภูเก็ต
- ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ถนนนริศร อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000
- หมายเลขโทรศัพท์ 076-222-083, 076-222-080, 076-222-081 โทรสาร 076-222-082

เวลาทำการ : กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล 8.00 น. ถึง 15.30 น.

สำนักงานชั่วคราวที่อื่น 8.30 น. ถึง 15.30 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม หนังสือเดินทางเป็นเอกสารอันมีค่าไม่ควรให้ตกไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลที่มิได้รับมอบหมาย บุคคลสัญชาติไทยถือหนังสือเดินทางได้ฉบับเดียว เมื่อหนังสือเดินทางมีอายุน้อยกว่า 6 เดือน (ใช้เดินทางไม่ได้) สามารถนำมาขอต่ออายุได้อีก 5 ปี หรือหากต้องการหนังสือเดินทางฉบับใหม่จะต้องนำฉบับเดิมมายกเลิกก่อน หากหนังสือเดินทางสูญหายผู้ถือจะต้องแจ้งกองหนังสือเดินทาง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น หรือสถานทูตสถานกงสุลไทยทราบทันที

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.mfa.go.th

บริษัท ช้างน้อย ฮอลิเดย์ จำกัด
23/328   นวมินทร์ 68   นวมินทร์   คลองกุ่ม   บึงกุ่ม   กทม.  10240
โทรศัพท์ 02 944 7356 โทรสาร 02 944 7357 E-mail :
changnoi-holiday@hotmail.com
Copyright © 2552 Changnoi Holiday Co., Ltd. All rights reserved. Powered by Lakkai Cyber

ประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ออกไปหา ไม่มีทางเจอ
ทัวร์ไทย ทัวร์พม่า ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์กัมพูชา ทัวร์เวียดนาม ทัวร์ลาว ทัวร์อินโดนีเซีย ทัวร์จีน ทัวร์มาเก๊า ทัวร์ไต้หวัน ทัวร์เนปาล ทัวร์อินเดีย ทัวร์มาเลเซีย

ทัวร์ศรีลังกา ทัวร์ภูฏาน ทัวร์ดูไบ ทัวร์จอร์แดน ทัวร์ยุโรป ทัวร์รัสเซีย ทัวร์อเมริกาเหนือ ทัวร์อเมริกาใต้ ทัวร์แอฟริกา ทัวร์ออสเตรเลีย ทัวร์นิวซีแลนด์